ทำการตลาดแบบปากต่อปากดียังไง และทำยังไงให้คนพูดถึงแบรนด์ของเรา

เคยเป็นไหมคะ? ก่อนจะเลือกซื้ออะไรสักอย่างต้องไปหาอ่านรีวิว ไม่ก็ถามเพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่เคยใช้ของชิ้นนั้นมาก่อนเพื่อดูว่าของชิ้นนั้นใช้ดีไหมและคุ้มกับราคาหรือเปล่า และเมื่อคนรอบตัวคุณต่างใช้ของชิ้นนั้น ๆ จากแบรนด์เดียวกันและมาบอกต่อว่าใช้ดี คุณก็มักจะเชื่อและซื้อตามเลยใช่ไหมคะ หากคุณเป็นแบบที่กล่าวมาข้างต้นล่ะก็ คุณกำลังได้รับอิทธิพลจากการตลาดที่เรียกว่า “ปากต่อปาก” หรือ “ใช้ดีบอกต่อ”ค่ะ 

การตลาดแบบปากต่อปาก หรือ Word of mouth Marketing คือ การทำการตลาดโดยที่ลูกค้าซื้อสินค้าไปใช้และเกิดความประทับใจจนบอกต่อคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือเพื่อน หรืออาจเกิดจากการที่แบรนด์ทำคอนเทนต์การตลาดขึ้นมาได้ดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมายจนมีคนแชร์คอนเทนต์นั้นจนทำให้คอนเทนต์กระจายเป็นวงกว้างนั่นเอง 

การตลาดปากต่อปากดียังไง ?

การทำการตลาดแบบปากต่อปากนับว่าเป็นการทำตลาดแบบคลาสิกที่มีมาก่อนยุคออนไลน์และยังพัฒนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้ที่สื่อออนไลน์ต่างเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิต เช่น วลี “ใช้ดีบอกต่อ” ที่คนมักใช้พูดถึงสินค้าที่ตนประทับใจจนต้องเอามาแบ่งบันกับเพื่อน ๆ ในโลกออนไลน์  ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่ากลยุทธ์การตลาดแบบปากต่อปากนี้เป็นการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากเป็นอันดับต้น ๆ ของการทำการตลาด โดยผลการสำรวจของนีลเส็นซึ่งเป็นบริษัทที่ให้ข้อมูลและการประเมินผลชั้นนำของโลกได้บ่งชี้ว่า ผู้บริโภคกว่า 92% เชื่อคำแนะนำจากเพื่อนและครอบครัวมากกว่าคำโฆษณา เพราะโฆษณาส่วนใหญ่มักจ้างผู้มีอิทธิพลต่าง ๆ เช่น ดารา นักร้อง มาโฆษณาสินค้ากันมากขึ้น ซึ่งบางครั้งลูกค้าก็อาจไม่หลงกลการตลาดแบบนี้ที่อาจดูฉาบฉวยเกินไปเพราะผู้โฆษณาไม่ได้ใช้สินค้านั้นจริง 

ข้อดีต่อมาคือ ข้อมูลสินค้าสามารถกระจายไปได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ที่คนนิยมใช้กันอย่างกว้างขวางมักมีฟังก์ชั่นการแชร์โพสต์ ซึ่งการแชร์นี้เองจะทำให้มีคนเห็นสินค้ามากขึ้นเพราะคนคนหนึ่งอาจมีผู้ติดตามในโลกออนไลน์หลายคน เมื่อเห็นคนใกล้ตัวแชร์โพสต์ก็เป็นธรรมดาที่ผู้รับสารจะเกิดความสนใจในสินค้าชิ้นนั้นเพราะหลายคนมักจะเชื่อมั่นในสิ่งที่เพื่อนหรือคนใกล้ตัวแชร์นั่นเอง อีกทั้งในยุคนี้ก็มีเว็บไซต์หรือแอปพริเคชันออนไลน์ที่มีคนคอยรีวิวสินค้าอยู่มากมาย เช่น Youtube Pantip Jeban Wongnai ฯลฯ ซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการตลาดแบบปากต่อปากสมัยใหม่เพียงแต่ไม่ใช่การแชร์ระหว่างเพื่อนกับเพื่อนแต่เป็นการแชร์ระหว่างผู้ที่มีอิทธิพลทางโลกออนไลน์กับผู้รับสารที่จะต้องพิจารณาการรีวิวนี้ให้รอบคอบก่อนซื้อเพราะผู้ส่งสารก็อาจมีการโน้มน้าวที่เกินความจำเป็นเพื่อทำให้ผู้รับสารอยากซื้อตามได้เช่นกัน ซึ่งการรีวิวจะมีทั้งรูปภาพ วิดีโอ และความรู้สึกหลังใช้สินค้านั้นรวมอยู่ด้วย ทำให้ผู้อ่านเว็บไซต์เกิดความเชื่อมั่นในสินค้ารวมถึงยังตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

การประหยัดต้นทุนในการทำการตลาดก็เป็นข้อดีอีกข้อเช่นกัน โดยการทำการตลาดประเภทนี้สิ่งที่ต้องใช้คือความคิดสร้างสรรค์และทักษะในการสื่อสารที่สามารถทำให้ผู้รับสารเกิดความสนใจจนแชร์สารนั้นออกไปให้คนอื่นรับรู้ด้วย 

สมัยนี้การทำการตลาดออนไลน์มักเข้าถึงกลุ่มคนได้มากกว่าแบบออฟไลน์ ดังนั้นเราจะมาแนะนำตัวอย่างวิธีที่สำคัญที่สามารถดึงความสนใจของคนให้แชร์คอนเทนต์สินค้าซึ่งก็คือใช้หลักการ CTA (Call To Action) ที่ Google แนะนำนั่นเองค่ะ

CTA คือข้อความเชื้อเชิญที่อยู่ในรูปแบบรูปภาพ วิดีโอ ปุ่ม ข้อความ หรือเสียงนั่นเอง

ยกตัวอย่างข้อความเช่น “แชร์โพสต์นี้เพื่อรับส่วนลดมา3จ่าย2 มา 4 จ่าย 3” หรือ “แชร์โพสต์นี้และแท็กเพื่อน 3 คน เพื่อรับส่วนลด 20%” เป็นต้น เมื่อคนเห็นข้อความเหล่านี้ก็จะอยากได้ส่วนลดและกดแชร์โพสต์สินค้าในท้ายที่สุดเพราะรู้สึกว่าการแชร์โพสต์ไม่ได้เสียผลประโยชน์อะไร แถมยังเป็นการได้ผลประโยชน์ทั้งฝ่ายผู้ซื้อและผู้ขายอีกด้วย การแชร์โพสต์นี้เองจะทำให้เพื่อนของผู้แชร์เห็นโพสต์ของร้านค้าเป็นวงกว้างและกดแชร์ต่อ ๆ กันเพราะเห็นว่าเพื่อนก็แชร์เช่นกันจึงทำให้มีคนรู้จักแบรนด์และเกิดความเชื่อมั่นในตัวสินค้ามากขึ้นนั่นเอง ดังนั้น CTA จึงสำคัญมากในการทำการตลาดแบบปากต่อปากออนไลน์ เพราะสามารถช่วยกระจายคอนเทนต์สินค้าได้รวดเร็วและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำมากขึ้น

จะเห็นว่าการตลาดแบบปากต่อปากนั้นสามารถช่วยให้ร้านค้าเป็นที่รู้จักได้เป็นวงกว้างมากขึ้นจากการแนะนำหรือบอกต่อคนรอบตัวต่อ ๆ กันไป อีกทั้งการตลาดรูปแบบนี้ยังส่งผลดีต่อธุรกิจ SME อย่างยิ่งเพราะสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดโดยที่ไม่ต้องเสียอะไรมากมาย เพียงแต่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถดึงดูดใจผู้พบเห็นให้อยากแชร์หรือเอาไปบอกต่อผู้อื่นเท่านั้นเอง

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.creditok.co/

หรือศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/