“หนี้” ที่มีประโยชน์คือหนี้แบบไหน ?

คำว่า “หนี้” เพียงแค่ได้ยิน หลาย ๆ คนก็จินตนาการถึงแต่ผลเสียหรือภาระหนักต่าง ๆ แล้วใช่ไหมคะ ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำลงจากผลของโควิด-19ด้วยแล้ว คำว่า “หนี้” จึงให้ผลในด้านลบมากกว่าด้านบวก อย่างไรก็ตาม การเป็นหนี้ไม่ได้มีแต่ด้านลบอย่างเดียว วันนี้เราจึงจะมาแนะนำให้รู้จักกับหนี้ที่มีประโยชน์ว่าต้องเป็นหนี้แบบไหนและหนี้สำหรับธุรกิจนั้นมีข้อดีอะไรบ้าง

ความแตกต่างระหว่างหนี้ที่มีประโยชน์และหนี้เสีย

หนี้ที่มีประโยชน์ คือ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ สร้างมูลค่า หรือผลประโยชน์ให้แก่ลูกหนี้ เช่น หนี้ที่นำมาลงทุนทำธุรกิจ หนี้ผ่อนบ้าน/คอนโด หนี้เพื่อการศึกษา (เพื่อเป็นการลงทุนในเชิงความรู้และพัฒนาตนเองในอนาคต)ยกตัวอย่างคือ การกู้ กยศ. (กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา) หรือ กรอ. (กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต) เป็นต้น 

หนี้เสีย คือ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือมูลค่าหรือผลประโยชน์ให้แก่ลูกหนี้ เช่น หนี้ที่เกิดจากการกู้เงินมาซื้อรถยนต์ หรือหนี้ที่เกิดจากการบริโภคของฟุ่มเฟือยต่าง ๆ หรือการกู้เงินมาใช้จ่ายเกินตัวและไม่สามารถจัดการเงินได้จนส่งผลให้เกิดเป็นวงจรหนี้สินที่ไม่สามารถแก้ไขได้ 

ประโยชน์ของหนี้

ประโยชน์ของหนี้แตกต่างกันไปตามลักษณะของแต่ละบุคคล เช่น บุคคลธรรมดากับคนที่ทำธุรกิจ (นิติบุคคล) ซึ่งประโยชน์หนี้ของบุคคลธรรมดาส่วนใหญ่มักจะเป็นหนี้เพื่อความมั่นคง และหนี้เพื่อการศึกษา 

หนี้เพื่อความมั่นคงส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการกู้ซื้อที่อยู่อาศัย อย่างเช่น บ้านหรือคอนโด เมื่อชำระหนี้หมดแล้วสิ่งที่จะได้รับกลับมาก็คือทรัพย์สินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ในอนาคตมักมีมูลค่าเพิ่มขึ้นและสามารถนำไปปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้ได้อีกด้วย 

หนี้เพื่อการศึกษา เช่น การกู้ กยศ. หรือ กรอ. นั้นถือเป็นหนี้ที่มีประโยชน์เพราะสิ่งที่ผู้เป็นหนี้ได้รับคือความรู้และความสามารถที่ใช้ในการทำงาน สร้างอาชีพเพื่อหารายได้และสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ตัวเอง ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีในอนาคต

ส่วนหนี้สำหรับนิติบุคคลส่วนใหญ่มักเป็นหนี้เพื่อสร้างอาชีพหรือธุรกิจที่ได้มาจากการกู้เงินเพื่อนำมาลงทุนทำธุรกิจของตัวเอง หรือกู้เพื่อนำมาขยายกิจการเพื่อเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ให้ธุรกิจเติบโตมากยิ่งขึ้น

หนี้สำหรับธุรกิจมีข้อดีอะไรบ้าง

  • สามารถหัก/ลดหย่อนภาษีได้ ผู้ประกอบการจะเสียภาษีจากกำไรสุทธิ (รายได้-รายจ่าย) อัตราภาษี หากเป็นนิติบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 20% สำหรับ SME จะได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนอัตราภาษีในลักษณะขั้นบันไดสูงสุดไม่เกิน 20%  ในกรณีขาดทุนก็ไม่ต้องเสียภาษีและสามารถนำผลขาดทุนไปหักกำไรปีต่อไปได้สูงสุดถึง 5 ปี
  • กู้เงินได้ง่ายขึ้น หากคุณชำระหนี้ได้ตรงเวลาก็จะมีเครดิตทางการเงินที่ดี ทำให้มีโอกาสขอสินเชื่อหรือกู้เงินได้ง่ายขึ้น อีกทั้งอาจได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษอีกด้วย เพราะสถาบันการเงินส่วนใหญ่มักพิจารณาการอนุมัติจากการตรวจสอบประวัติการชำระเงินและเครดิตบูโร
  • สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ การทำธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ SME ที่ต้องใช้เงินลงทุนอย่างรอบคอบและสร้างประโยชน์ให้ได้มากที่สุดสามารถใช้ประโยชน์จากการเป็นหนี้ของการกู้เงินหรือสินเชื่อได้ เช่น แทนที่จะใช้เงินทุนตัวเองมาลงทุนก็เปลี่ยนไปกู้หรือขอสินเชื่อมาลงทุนแทน โดยประโยชน์ที่ได้รับจะได้จากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยที่มีค่าน้อยกว่ารายได้ที่ได้จากการนำเงินตัวเองไปลงทุนกับอย่างอื่น ซึ่งเมื่อนำมาชั่งน้ำหนักกันแล้ว ส่วนต่างที่ได้รับนั้นมักคุ้มค่าอย่างแน่นอน 

ประโยชน์ของหนี้ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนั้นล้วนขึ้นอยู่กับวินัยทางการเงินและการจัดการเงินของแต่ละคน สำหรับผู้ที่ประกอบกิจการหรือธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะ SME การเป็นหนี้ก็ถือเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจดำเนินอย่างราบรื่นมากขึ้นเช่นกัน ฉะนั้นการกู้หรือขอสินเชื่อจึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด แต่เป็นใบเบิกทางรูปแบบหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มรายได้และผลประโยชน์ให้แก่ธุรกิจ หากผู้ประกอบการ SME ท่านใดสนใจเรื่องการขอสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและโอกาสการเติบโตให้ธุรกิจของตนสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.creditok.co 

หรือศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/