มาเช็คกัน! ช่วงอายุไหนควรมีประกันอะไรบ้าง

หากพูดถึงการทำ “ประกัน” หลาย ๆ คนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ไม่ว่าจะด้วยอายุที่ยังน้อยอยู่หรืออาจกลัวได้ไม่เท่ากับเสีย ซึ่งนั่นอาจจะไม่ถูกเสมอไป เพราะการทำประกันนั้นสามารถทำได้ตั้งแต่วัยแรกเกิดจนถึงวัยชรา 

การทำประกันนั้น แท้จริงแล้วคุณควรซื้อตั้งแต่เนิ่น ๆ แม้ว่าอาจจะไม่มีกำลังทรัพย์ในช่วงแรกแต่ก็ควรจะมีประกันไว้บ้างแบบไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันแพงก็ได้ เพราะถ้ารอให้พร้อมไม่ว่าจะเรื่องเวลาหรือเงิน ภัยต่าง ๆ ที่อาจเกิดกับตัวของคุณอาจจะแก้ไขไม่ทัน ดังนั้น วันนี้เราเตรียมข้อมูลประกันที่แต่ละช่วงวัยควรมีให้คุณเช็คกันว่าคุณควรมีประกันชนิดไหนบ้างกันค่ะ

ช่วงอายุแรกเกิด-20 ปี 


ผู้ปกครองหลายคนอาจมองข้ามการทำประกันให้บุตรหลานของตนในช่วงอายุนี้ เพราะคิดว่าทำประกันในช่วงนี้อาจไม่จำเป็นมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วเด็กในช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่เกิดปัญหาสุขภาพได้บ่อยมากโดยเฉพาะเด็กอายุแรกเกิด – 5 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงที่ภูมิต้านทานยังต่ำ ทำให้รับเชื้อโรคได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ อีกทั้งเด็กในช่วงอายุ 10-20 ปี ก็มีความเสี่ยงในเรื่องของสุขภาพที่อาจเกิดจากการเล่นผาดโผนหรืออุบัติเหตุในโรงเรียน/มหาวิทยาลัยที่เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้งได้ ดังนั้นผู้ปกครองควรจัดหาการทำ “ประกันภัยสุขภาพ” และ “ประกันอุบัติเหตุ” ให้ลูกหลานของตัวเองเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเด็กต้องไปนอนโรงพยาบาล และ “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” สำหรับวางแผนออมเงินเพื่อเตรียมความพร้อมในอนาคต

ช่วงอายุ 21-30 ปี

คนในช่วงวัยนี้มักมีรายได้จากการทำงานกันแล้ว อีกทั้งเมื่อทำงานก็ต้องเริ่มจ่ายภาษีเช่นกัน ดังนั้นประกันที่เหมาะกับคนในช่วงวัยนี้ คือ “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” เพราะสามารถช่วยลดหย่อนภาษีและสร้างวินัยในการออมเพื่อนำเงินไปสร้างเนื้อสร้างตัวได้อีกด้วย หากบางคนเก็บเงินมาระยะนึงแล้วอยากเพิ่มการคุ้มครองก็สามารถสมัคร “ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ” เพื่อคุ้มครองในระยะยาวได้เช่นกัน โดยประกันชีวิตตลอดชีพนี้สามารถนำไปผูกกับประกันสุขภาพเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าได้ เพราะเบี้ยประกันชีวิตในช่วงวัยนี้มักมีราคาไม่แพงมาก และการผูกประกันลักษณะนี้ยังทำให้ไม่ต้องกังวลระยะเวลาการคุ้มครองด้วย เพราะหากสัญญาของประกันหลักยังไม่หมดอายุคุณก็ยังได้รับการต่อประกันสุขภาพอัตโนมัติทุกปีจนกว่าประกันสุขภาพจะหมดอายุคุ้มครอง (ส่วนใหญ่คุ้มครองถึงอายุ 70-85 ปี แล้วแต่สัญญาของแต่ละบริษัท) ในส่วนของผู้ที่ทำธุรกิจก็ควรทำ “ประกันภัยธุรกิจ” ร่วมด้วย เช่น ประกันร้านค้า ประกันขนส่ง หรืออาจรวมไปถึงประกันชีวิตผู้ประกอบการ เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดคิดจนธุรกิจล้มไปกลางคันอาจสร้างความลำบากให้กับครอบครัวได้ ดังนั้นการทำประกันธุรกิจไว้จึงเป็นการถ่ายโอนความเสี่ยงเพื่อให้คนที่อยู่ข้างหลังใช้ชีวิตต่อได้อย่างไม่ลำบากนั่นเอง

ในครึ่งหลังของช่วงชีวิตอาจจะต้องเริ่มวางแผนแล้วว่าจะต้องมีประกันที่ช่วยคุ้มครองอะไรเราได้บ้างตอนแก่ เช่น ประกันประเภทบำนาญ เพราะในอนาคตเราทุกคนจะต้องเกษียณและไม่มีรายได้เหมือนเดิม

ช่วงอายุ 31-50 ปี

การทำประกันในช่วงวัยนี้ถือว่าสำคัญมากเพราะเป็นวัยที่กำลังสร้างครอบครัวหรือธุรกิจของตัวเอง ดังนั้นประกันที่เหมาะสำหรับช่วงวัยนี้คือ “ประกันสุขภาพ” เพราะช่วงวัยนี้เป็นวัยที่กำลังหารายได้ หากเกิดเจ็บป่วยแล้วต้องนำเงินเก็บมารักษาอาจทำให้เงินที่เก็บไว้ร่อยหรอและมีไม่พอใช้ในตอนที่อายุมากขึ้น ประกันอีกตัวที่ควรทำคือ “ประกันชีวิตแบบบำนาญ” เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีเงินเก็บไว้ใช้ได้เพียงพอหลังเกษียณ เพราะเมื่อคุณเกษียณและไม่มีรายได้แล้วคุณยังคงมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนในการเลี้ยงดูตัวเองอยู่ ในส่วนของผู้ที่ทำธุรกิจก็ควรทำ “ประกันภัยธุรกิจ” ร่วมด้วยเช่นกัน

ช่วงอายุ 50-60 ปี เป็นต้นไป

คนในช่วงวัยนี้ส่วนใหญ่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับลูกหลานแล้ว สิ่งที่ต้องกังวลคือสุขภาพและเงินที่ต้องใช้จ่ายหลังเกษียณนั่นเอง ช่วงอายุนี้เป็นช่วงที่เราจะได้ใช้กรมธรรม์ที่ซื้อมาตั้งแต่ต้น เราแนะนำให้คุณเริ่มทำประกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะหากเพิ่งมาเริ่มซื้อประกันในช่วงนี้ ด้วยอายุที่มากขึ้น ความเสี่ยงในการเกิดโรคภัยไข้เจ็บก็จะสูง ทำให้ค่าเบี้ยประกันแพงขึ้น บริษัทประกัน ฯ ก็ไม่อยากรับประกันดังนั้นประกันที่ควรทำไว้นานแล้ว คือ “ประกันสุขภาพ” เมื่ออายุมากขึ้นโรคประจำตัวคนแก่ก็จะตามมามากมาย ดังนั้นรายจ่ายในเรื่องค่ารักษาพยาบาลก็จะเพิ่มขึ้นตามมาแน่นอน 

ทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นเป็นเพียงการแนะนำอย่างคร่าว ๆ ว่าช่วงวัยไหนเหมาะกับการทำประกันแบบใดเท่านั้น โดยผู้ที่สนใจควรไปศึกษาเพิ่มเติมและเลือกให้เหมาะกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของตน รวมถึงควรพิจารณาทำประกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ต้องรอทำตอนภัยมาใกล้ตัวเพราะเมื่อถึงตอนนั้นอาจสายไปแล้ว ส่วนผู้ใดที่สนใจอยากทำประกันธุรกิจก็สามารถดูข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจได้ที่ www.creditok.co 

หรือศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/