เจาะแนวคิดธุรกิจ SME ในไทยที่ประสบความสำเร็จ

ธุรกิจ SME ในปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้ประกอบการจำนวนมาก ธุรกิจ SME มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ รวมถึงเป็นแรงขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ แต่มีธุรกิจเพียงไม่กี่ % เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างก้าวกระโดด และสามารถสร้างแบรนด์ให้อยู่ในใจผู้บริโภค ในครั้งนี้เราได้รวบรวมธุรกิจที่เริ่มต้นจากการเป็นธุรกิจ SME และสามารถประสบความสำเร็จมา 3 ธุรกิจด้วยกัน ซึ่งเป็นธุรกิจที่คุ้นหูคุ้นตาของใครหลาย ๆ คน ธุรกิจเหล่านี้มีกลยุทธ์ในการพัฒนาธุรกิจอย่างไรกัน จุดเปลี่ยนอะไรที่ทำให้พวกเขาเกิดความคิดใหม่ ๆ ที่แตกต่าง ไปดูกันเลยค่ะ

 Otteri Wash & Dry

Otteri Wash & Dry “ธุรกิจร้านสะดวกซัก” (Laundromat) ที่ยกระดับการซักผ้าให้มีมาตรฐานการซักผ้ารูปแบบใหม่ ที่ทันยุคสมัย ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปและอยู่อาศัยที่มีความเป็นชุมชนมากขึ้น

จุดเปลี่ยน

จากเดิมธุรกิจเริ่มต้นเป็นกิจการนำเข้าเครื่องจักรอุตสาหกรรม ซัก อบ รีด มาจำหน่ายให้แก่ โรงแรม, โรงพยาบาล และโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ซึ่งในปี พ.ศ.2558 คุณกวิน นิทัศนจารุกุล ผู้บริหารมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ เทรนด์ที่กำลังจะเกิดของร้าน “สะดวกซัก” ซึ่งในต่างประเทศมีธุรกิจนี้อย่างแพร่หลายแล้ว แต่ในไทยยังไม่มี จึงนำมาต่อยอดเป็นร้านสะดวกซัก ทำให้สามารถสร้างรายได้ 130 ล้านบาท ได้ในระยะเวลาเวลา 2 ปี ในปัจจุบันมีทั้งหมด 618 สาขา (ณ เดือนมิถุนายน 2564) ซึ่งสามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วทั่วประเทศ และยังมีรายได้จากการขายแฟรนไชส์อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบัน Otteri ไม่ถือว่าเป็นธุรกิจ SME แล้ว สามารถประสบความสำเร็จจนได้ก้าวมาเป็นธุรกิจ Startup

จุดเด่น

  • สะอาด สะดวก สบาย คือ สโลแกนของร้าน โดยลูกค้าใช้เวลาในการซักผ้าเพียงครึ่งชั่วโมงและอบแห้งครึ่งชั่วโมง โดยไม่ต้องนำผ้าไปตากอีก
  • บรรยากาศภายในร้าน มีการตกแต่งที่ทันสมัย สวยงาม ไม่อึดอัดและสะอาด ภายในร้านมีบริการ Wi-Fi อีกทั้งยังมีกล้องวงจรปิด ทำให้ลูกค้าที่มาใช้บริการรู้สึกปลอดภัย
  • มี Application “Otteri” ที่มีฟีเจอร์ที่สามารถสแกนจ่ายเงินโดยไม่ต้องแลกเหรียญเพื่อตอบสนองสังคมไร้เงินสด ภายในApp ยังสามารถเช็กสถานเครื่องว่างและพิกัดร้านใกล้บ้านได้อีกด้วย เป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้งานยิ่งขึ้น
  • มีพาร์ทเนอร์ ที่มาร่วมจัดแคมเปญและโปรโมชั่นมากมาย ช่วยส่งเสริมการตลาดและดึงดูดความน่าสนใจ

กลยุทธ์ในการทำธุรกิจ

  • แตกต่าง แม้จะไม่ใช่ธุรกิจใหม่แต่สร้างความแตกต่างจากเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญแบบเดิมที่ใช้เวลาในการซักผ้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง และการตกแต่งร้านที่ดึงดูดใจแตกต่างจากร้านสะดวกซักอื่น ๆ
  • มีการจัดโปรโมชั่น อย่างเช่น โปรโมชั่นเอาใจคนนอนดึก ในวันจันทร์-ศุกร์ ช่วงเวลา 00.00-06.00 น. จะมีราคาพิเศษโดยคิดค่าบริการเริ่มต้นแค่ 20 บาทเท่านั้น ทำให้ลูกค้าที่มาใช้บริการเกิดความความประทับใจ จึงทำให้ Otteri จะเป็นแบรนด์ร้านสะดวกซักที่เข้าไปอยู่ในใจของลูกค้า

สุกี้ตี๋น้อย  

“ชาบูบุฟเฟ่ต์” ราคามิตรภาพเพียง 199 บาท ที่มีคุณภาพและบริการที่ดี นำมาซึ่งการบอกต่อและแชร์ในวงกว้างจากลูกค้าเองโดยไม่ต้องทุ่มเงินกับการทำการตลาดให้มากมาย

จุดเปลี่ยน

คุณนัทธมน พิศาลกิจวนิช เจ้าของธุรกิจอายุเพียง 28 ปี จากเดิมครอบครัวทำธุรกิจร้านอาหารอยู่แล้ว แต่มองเห็นปัญหาว่าการควบคุมมาตรฐานของการทำอาหารแบบจานต่อจานให้มีคุณภาพเท่ากันเป็นเรื่องที่ยาก เธอจึงคิดไอเดียธุรกิจใหม่โดยเป็นธุรกิจร้านอาหารเหมือนเดิม เพราะเป็นเรื่องที่ถนัดอยู่แล้ว นั่นก็คือ “สุกี้” เธอมองว่าสุกี้ไม่ใช่อาหารในกระแส คือเป็นอาหารที่อยู่กับคนไทยมานานแล้ว ซึ่งวัตถุดิบต่าง ๆ สามารถเตรียมจากครัวกลางได้ ทำให้ควบคุมมาตรฐานได้ ธุรกิจใช้เวลาประสบความสำเร็จในธุรกิจเพียงแค่ 3 ปี เท่านั้น โดยได้ขยายสาขาไปกว่า 25 แห่งทั่วกรุงเทพ ซึ่งรายได้ในปัจจุบันของสุกี้ตี๋น้อยก็ถือว่าไม่ใช่ธุรกิจ SME แล้วด้วยเช่นกัน

จุดเด่น

  • ราคาดีคุณภาพเหมาะสม อีกทั้งยังมีเมนูที่หลากหลายให้เลือกกว่า 50 เมนู  
  • เจาะกลุ่มลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มลูกค้านักเรียนนักศึกษา เพื่อนร่วมงาน และครอบครัว มีการขยายเวลาเปิดปิดร้านเพื่อรองรับฐานลูกค้าทุกกลุ่ม
  • การตกแต่งร้าน บรรยากาศดี สะอาด ทันสมัยและสวยงาม

กลยุทธ์ในการทำธุรกิจ

  • การตั้งชื่อแบรนด์ ที่คนจำได้ง่าย จนกลายเป็นร้านสุกี้ที่ชื่อติดหู
  • การควบคุมมาตรฐานรสชาติ ลูกค้าไม่ว่าจะไปรับประทานที่สาขาไหนก็ได้รสชาติที่เหมือนกัน
  • มองลูกค้าเป็นที่หนึ่ง ลูกค้าต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุดและทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าและความสะดวกสบาย
  • การเลือกทำเล สาขาส่วนใหญ่มักจะเป็น Stand Alone และมีป้ายโลโก้สุกี้ตี๋น้อยขนาดใหญ่สะดุดตา

น้ำอ้อยไร่ไม่จน

“น้ำอ้อยพาสเจอไรซ์” เจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทย “ไร่ไม่จน” คือ ไร่ที่เกษตรกรไม่มีความยากจนและคนดื่มต้องสุขภาพดีไปด้วยเช่นกัน ด้วยการนำเทคโนโลยีพาสเจอไรซ์มาช่วยยืดอายุน้ำอ้อย จากปกติอยู่ได้แค่ 3 วัน ทำให้สามารถเก็บได้นานขึ้นถึง 20 วัน มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล และเน้นความเป็นธรรมชาติ 100% และไม่ใส่สารเคมีใด ๆ เจือปน

จุดเปลี่ยน

คุณปภัสราภรณ์ เหรียญทอง เจ้าของกิจการ “น้ำอ้อย ไร่ไม่จน เป็นลูกหลานเกษตรกรไทยที่ทำอาชีพปลูกอ้อยให้โรงงานน้ำตาล แล้วเริ่มมองเห็นปัญหาจากการทำเกษตรแบบเดิม ๆ ว่าอาชีพเกษตรกรรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย จากกลุ่มเกษตรที่ไม่คุ้นเคยกับการกู้เงินและไม่อยากเป็นหนี้ เธอมองว่าธุรกิจจำเป็นต้องเติบโตตามความต้องการของตลาดและเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จึงตัดสินใจกู้เงิน ซึ่งได้วงเงินกู้มาประมาณหนึ่ง ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ พัฒนาจนธุรกิจคืนทุน โดยเริ่มจากที่จะหันมาแปรรูปผลิตภัณฑ์และรวมกลุ่มเกษตรกรไปหาพันธุ์อ้อยหลาย ๆ พันธุ์มาทดลองปลูก สรุปเป็นอ้อยพันธุ์สุพรรณบุรี 50 เพราะมีความหอมและหวานกำลังดี ให้สีสวยนานที่สุด แล้วก็ทดลองขายจากบรรจุภัณฑ์ธรรมดา จนเริ่มมีลูกค้าติดใจในรสชาติและคุณภาพ จึงพัฒนาแบรนด์ต่อมาเรื่อย ๆ  

จุดเด่น

  • บรรจุภัณฑ์หรือแพ็กเกจจิ้ง ดึงดูดใจลูกค้าและสร้างภาพจำให้กับแบรนด์ ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนได้ดื่มน้ำอ้อยสด ใหม่ จากอ้อยที่เพิ่งตัดจริง ๆ ทำให้ได้รางวัลนวัตกรรมด้านการออกแบบจากหลายเวทีชั้นนำระดับโลก เช่น เยอรมนี สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น  
  • ผลิตภัณฑ์ดีมีคุณภาพ ไม่มีการแต่งสี ไม่แต่งกลิ่น ไม่ใส่วัตถุกันเสียใด ๆ และเพิ่มมูลค่าจากน้ำอ้อยธรรมดา โดยเอาเทคโนโลยีพาสเจอไรซ์เข้ามาใส่
  • เพิ่มมูลค่า โดยนำเทคโนโลยีพาสเจอไรซ์เข้ามาใส่ช่วยยืดอายุน้ำอ้อย

กลยุทธ์ในการทำธุรกิจ

  • กล้าเปลี่ยน จากน้ำอ้อยสดใส่บรรจุภัณฑ์ธรรมดา กลายเป็นแพ็กเกจจิ้งระดับอินเตอร์ รูปลักษณ์ รูปทรง สีสันทันสมัย สะท้อนตัวตนชัดเจนของแบรนด์
  • ส่งเสริมเครือข่ายเกษตรกร ทำให้มีวัตถุดิบเข้าโรงงานตลอดทั้งปี แล้วรับซื้อด้วยการประกันราคาเพื่อให้เกษตรกรมั่นใจ และช่วยให้วางแผนการปลูกได้ชัดเจน 
  • ขยายช่องทางการจัดจำหน่าย จากเดิมที่ขายแต่กลุ่มลูกค้าแฟรนไชส์ ปัจจุบันขยายช่องทางไปร้านสะดวกซื้อและห้างชั้นนำ เช่น 7-11, Tops Supermarket, Golden place, Foodland ฯลฯ และยังมีการส่งออกไปออสเตรเลีย
  • มีเป้าหมายที่ชัดเจน คือ การนำแบรนด์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

จากธุรกิจ SME ที่เรายกตัวอย่างมา 3 ธุรกิจ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะสร้างความโดดเด่นและแตกต่างให้กับแบรนด์ตัวเองทั้งในเรื่องของผลิตภัณฑ์และบริการ โดยเน้นที่คุณภาพที่ดีเป็นหลัก เพราะถือเป็นการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าและส่งผลดีแก่ธุรกิจในระยะยาว และนอกเหนือจากนี้ คือ การตั้งเป้าหมายธุรกิจที่ชัดเจน ไม่หยุดที่จะพัฒนา พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งการวางแผนที่ชัดเจน จะทำให้ธุรกิจของคุณมีเป้าหมายและการเติบโตที่ดี ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการในไทยที่กำลังท้อหรือประสบปัญหาทางธุรกิจ อ่านแล้วจะได้ไอเดียใหม่ ๆ ในการลุกขึ้นสู้อีกครั้ง ทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น Credit OK เป็นขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/

ที่มา

http://www.otteriwashdry.com/

น้ำอ้อยไรไม่จน

https://www.facebook.com/sukiteenoithailand/