ธุรกิจ SME ควรมีประกันอะไรบ้าง

สิ่งที่คู่กับการทำธุรกิจคือ “ความเสี่ยง” ไม่ว่าจะมาในรูปแบบของภัยพิบัติ อุบัติเหตุ หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจหลายราย โดยเฉพาะ SME อาจจะมองข้ามความสำคัญของ “ประกันภัย” สำหรับถ่ายโอนความเสี่ยงให้กับธุรกิจของตัวเอง เพราะอาจคิดว่าธุรกิจของตนยังไม่ขยายใหญ่จนถึงกับต้องทำประกันภัยที่ต้องเสียเบี้ยทุก ๆ เดือน แต่ในครั้งนี้ เราจะพามาดูว่าประกันภัยสำคัญกับธุรกิจอย่างไรและประกันภัยแบบไหนบ้างที่ธุรกิจ SME ควรมี

ธุรกิจของเราทำไมถึงต้องมีประกัน ?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการทำประกันภัยไม่ใช่การละลายเงินอย่างเสียเปล่าอย่างที่บางคนคิด แต่คือการลงทุนทางการเงินรูปแบบหนึ่ง ซึ่งผลประโยชน์ที่ได้อาจไม่ได้มาในรูปแบบที่จับต้องได้อย่างการลงทุนรูปแบบอื่น ๆ แต่สิ่งที่ได้รับคือความคุ้มครองธุรกิจเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดกับตัวเจ้าของกิจการ สินค้า หรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น โรงงาน ร้านค้า เป็นต้น เพราะหากเกิดความสูญเสียขึ้นมาแล้วกิจการไม่มีความคุ้มครองอะไรเลยนั่นหมายความว่าธุรกิจก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้เพราะขาดปัจจัยสำคัญที่ช่วยในการดำเนินธุรกิจไป ตัวอย่างที่เห็นได้เด่นชัดในช่วงนี้คือวิกฤตโควิด-19 ที่ธุรกิจหลายรายทั้งเล็กและใหญ่ต่างทยอยกันล้มหายไปเพราะทนกับพิษเศรษฐกิจไม่ไหว หรืออาจเห็นได้จากข่าวอุบัติเหตุไฟไหม้โรงงานหรือเกิดอุบัติเหตุรถชนต่าง ๆ ดังนั้นการทำประกันจึงเป็นการถ่ายโอนความเสี่ยงได้อย่างดีเพราะผู้ทำประกันจะได้รับเงินชดเชยเป็นผลตอบแทนในการฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาดำเนินได้อีกครั้ง

ธุรกิจควรมีประกันอะไรบ้า

  • ประกันภัยทรัพย์สิน สำคัญต่อธุรกิจอย่างมากเพราะในอนาคตไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดภัยพิบัติหรืออุบัติเหตุอะไรกับธุรกิจบ้าง ดังนั้นการป้องกันเอาไว้ก่อนย่อมไม่เสียหาย เพราะมีธุรกิจหลายรายที่ปิดตัวลงจากผลกระทบของภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม ฟ้าผ่า หรือจากการโจรกรรม ยิ่งธุรกิจอย่าง SME ด้วยแล้วจำเป็นต้องมีอย่างยิ่ง เพราะหากเกิดเหตุอะไรแม้แต่ครั้งเดียวอาจหมายถึงจุดจบของธุรกิจเลยก็เป็นได้

  • ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก เป็นการประกันภัยที่คุ้มครองความสูญเสียในทางการค้า (รายได้ของผู้เอาประกันภัย) เมื่อธุรกิจต้องหยุดชะงักลงจากความเสียหายที่เกิดต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยไว้และเป็นทรัพย์สินที่มีผลต่อการค้าของผู้เอาประกันภัย เช่น ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ หรือไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้ตามกำหนด เป็นต้น

  • ประกันภัยยานพาหนะสำหรับธุรกิจ ประกันภัยประเภทนี้จะเหมาะกับธุรกิจที่มีการใช้พาหนะในการส่งสินค้า ซึ่งบางธุรกิจอาจมีพาหนะหลายคันในการจัดส่งสินค้า ดังนั้นการทำประกันภัยพาหนะจึงสำคัญเพราะจะช่วยถ่ายโอนความเสี่ยงเมื่อเกิดอุบัติเหตุกับยานพาหนะขนส่ง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องลงไปได้มาก

  • ประกันภัยการขนส่ง เป็นประกันภัยที่หลาย ๆ ธุรกิจที่ส่งสินค้าเป็นประจำควรทำอย่างมาก โดยประกันนี้จะคุ้มครองสินค้าหรือทรัพย์สินที่ขนส่งจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อทั้งทางเรือเดินสมุทร เครื่องบินพาณิชย์ หรือทางพัสดุไปรษณีย์จากอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้และมีผลทำให้สินค้าเสียหาย ซึ่งประกันภัยการขนส่งจะแบ่งออกเป็น 
    • การขนส่งสินค้าภายในประเทศ จะคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการขนส่งสินค้าภายในประเทศ เช่น การส่งสินค้าจากเชียงใหม่ไปยังกรุงเทพฯ เป็นต้น โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องเป็นเจ้าของสินค้าที่เป็นผู้ขนส่งสินค้าเองหรือว่าจ้างบริษัทขนส่งเป็นผู้ขนส่งสินค้าด้วยยานพาหนะที่ระบุในกรมธรรม์
    • การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ จะคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการขนส่งทางทะเลที่มักเกิดความเสียหายบ่อย ดังนั้นประกันนี้จึงสามารถช่วยลดภาระให้ผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจากการที่สินค้าได้รับความเสียหายจากการขนส่ง 

  • ประกันภัยกลุ่มสวัสดิการพนักงาน ธุรกิจที่มีจำนวนพนักงานจำนวนมากควรทำประกันภัยนี้เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับพนักงานเมื่อเกิดการเจ็บป่วยหรือไม่สามารถมาทำงานได้ ซึ่งหากขาดพนักงานมาทำงานนั่นหมายถึงขาดกำลังสำคัญในการสร้างกำไรให้กับธุรกิจ ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับสวัสดิการของพนักงาน เพื่อสร้างกำลังใจและทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเพื่อให้พนักงานอยู่กับบริษัทได้นาน

  • ประกันชีวิตสำหรับผู้บริหารและผู้ประกอบการ เป็นสิ่งที่เจ้าของ SME ควรทำมากที่สุดอย่างหนึ่ง เพื่อชดเชยความสูญเสียจากการเสียผู้บริหารของบริษัท ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของธุรกิจ อีกทั้งภาระต่าง ๆ อย่างเช่น ค่าใช้จ่าย หนี้สิน และความเป็นอยู่ของครอบครัวและพนักงานก็จะไม่มั่นคงเพราะขาดเสาหลักไป อีกทั้งเบี้ยประกันที่เสียไปยังสามารถนำมาลงเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้เต็มจำนวนอีกด้วย

ประกันภัยเป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนควรให้ความสำคัญและลงทุน เพราะการทำธุรกิจทุกประเภทล้วนมีความเสี่ยงที่ไม่อาจรู้ได้ว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน ดังนั้นการถ่ายโอนความเสี่ยงให้ผู้อื่นคอยให้ความคุ้มครองจึงจำเป็นโดยเฉพาะธุรกิจ SME ที่ไม่ควรละเลยเสี่ยงกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด อย่างไรก็ตามการทำประกันภัยนั้นควรศึกษาข้อตกลงและสัญญาให้รอบคอบก่อนทำเพื่อเลือกประเภทให้เหมาะกับธุรกิจและผลประโยชน์ที่จะได้รับ เพราะประกันภัยราคาถูกกับแพงนั้นไม่ได้ต่างแค่ราคาเสมอไป หากผู้ใดต้องการรายละเอียดเกี่ยวกับประกันภัยสำหรับ SME สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ www.creditok.co 

และสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/