เจ้าของกิจการต้องรู้! ประกันภัยร้านค้าและธุรกิจรายย่อยที่ต้องมี

ประกันภัยร้านค้า สำหรับธุรกิจ SME

เจ้าของกิจการต้องรู้! ประกันภัยร้านค้าและธุรกิจรายย่อยที่ต้องมี

การทำประกันภัยร้านค้าต่าง ๆ เปรียบเสมือนการซื้อความอุ่นใจ เพราะสิ่งที่คู่กับการทำธุรกิจคือ ‘ความเสี่ยง’ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบของภัยพิบัติ อุบัติเหตุ หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ซึ่งผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจหลายราย โดยเฉพาะ SME อาจมองข้ามความสำคัญของประกันภัยร้านค้า ประกันภัยกลุ่มสวัสดิการพนักงาน ประกันไฟไหม้ร้านค้า รวมถึงประกันภัยความเสี่ยงอื่น ๆ เพื่อผ่อนความเสี่ยงหนักให้เป็นเบาให้กับธุรกิจของตัวเอง เพราะมักคิดกันว่าธุรกิจของตนยังไม่ขยายใหญ่ จนถึงขนาดกับต้องทำประกันภัยที่ต้องเสียเบี้ยทุก ๆ เดือน แต่ในบทความนี้เราจะพาไปดูว่าประกันภัยร้านค้า และประกันภัยธุรกิจนั้นสำคัญต่อกิจการของคุณอย่างไร พร้อมแนะนำว่าธุรกิจแบบนี้ ควรมีประกันภัยแบบใดบ้าง

จะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าธุรกิจของคุณไม่มีประกันภัยร้านค้า ประกันภัยธุรกิจ

เจ้าของกิจการบางท่านอาจมีคำถามอยู่ในหัวมากมายว่าเราจะทำประกันภัยร้านค้า หรือประกันภัยธุรกิจไปทำไม ทำไปก็เหมือนกับเอาเงินไปละลายเปล่า แต่ความจริงแล้ว…การทำประกันภัยร้านค้า ประกันภัยธุรกิจ ประกันภัยกลุ่มสวัสดิการพนักงาน ประกันไฟไหม้ร้านค้า หรือประกันใด ๆ ก็ตามที่เป็นประกันช่วยดูแลกิจการของคุณ ถือเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่เราจะได้ผลประโยชน์เป็นความคุ้มครองธุรกิจ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับธุรกิจของคุณ หากมีประกันภัยร้านค้า หรือประกันภัยธุรกิจ ที่ครอบคลุมตามปัญหาที่เกิดขึ้นก็จะช่วยให้ธุรกิจคุณไม่สะดุด สามารถไปต่อได้ ไม่ต้องกู้ยืมเงินมาเพื่อซ่อมแซม หรือจะเรียกง่าย ๆ ว่าการทำประกันภัยร้านค้า หรือประกันภัยธุรกิจ เป็นการลงทุนประกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ตัวอย่างที่เห็นได้เด่นชัดในช่วงนี้คือ วิกฤตโควิด 19 ที่ธุรกิจหลายรายทั้งเล็กและใหญ่ต่างทยอยกันล้มหายไป เพราะทนกับพิษเศรษฐกิจไม่ไหว หรืออาจเห็นได้จากข่าวอุบัติเหตุไฟไหม้ร้านค้า โรงงาน หรือเกิดอุบัติเหตุรถชนต่าง ๆ ดังนั้น การทำประกันภัยร้านค้า ประกันภัยกลุ่มสวัสดิการพนักงาน ประกันไฟไหม้ร้านค้า หรือประกันภัยธุรกิจต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของธุรกิจที่มีโอกาสประสบได้ จะเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจคุณเดินหน้าต่อไปได้ และช่วยถ่ายโอนความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี เพราะผู้ทำประกันจะได้รับเงินชดเชยในการฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาดำเนินได้อีกครั้ง

ธุรกิจของคุณเหมาะกับประกันภัยร้านค้า หรือประกันภัยธุรกิจใดบ้าง

รวมประกันภัยร้านค้าที่ธุรกิจ SME ควรมี: ประกันภัยกลุ่มสวัสดิการพนักงาน, 
ประกันไฟไหม้ร้านค้า ฯลฯ

การที่จะเลือกประกันภัยร้านค้า หรือประกันภัยธุรกิจต่าง ๆ ให้ครอบคลุม ตอบโจทย์ไปเสียทุกด้านมันก็ดี แต่บางธุรกิจก็อาจต้องการประกันภัยร้านค้าที่จำเป็นต่อธุรกิจจริง ๆ เพียงไม่กี่ตัว ทำให้เจ้าของกิจการเลยได้แต่สงสัยใช่ไหมล่ะ…ว่าแล้วเราควรมีประกันภัยอะไรบ้าง ? เรามีคำตอบมาให้แล้ว

1. ประกันภัยร้านค้า ประกันภัยธุรกิจ ชนิดครอบคลุม – ประกันภัยทรัพย์สิน

เป็นประกันภัยร้านค้า ประกันภัยธุรกิจ ที่คุ้มครองทรัพย์สินโดยตรงจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่ไม่คาดคิดอย่างเช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม ฟ้าผ่า เกิดการโจรกรรม ซึ่งประกันภัยตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นประกันการเสี่ยงภัยทุกชนิด ทรัพย์สินจะได้รับความคุ้มครองจากภัยต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ซึ่งสำคัญต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะในอนาคตเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดภัยพิบัติ หรืออุบัติเหตุอะไรกับธุรกิจบ้าง ดังนั้นการป้องกันเอาไว้ก่อนย่อมดีกว่า ตัวอย่างธุรกิจหลายรายที่จำเป็นต้องปิดตัวลงจากผลกระทบของภัยพิบัติต่าง ๆ โดยเฉพาะในธุรกิจอย่าง SME ด้วยแล้วจำเป็นต้องมีอย่างยิ่ง เพราะหากเกิดเหตุเหล่านี้ขึ้นแม้เพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงจุดจบของธุรกิจเลยก็เป็นได้

2. ประกันภัยร้านค้า ประกันภัยธุรกิจ ในวันที่ไปต่อไม่ได้ – ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก

เป็นการประกันภัยที่คุ้มครองความสูญเสียในทางการค้า (รายได้ของผู้เอาประกันภัย) เมื่อธุรกิจต้องหยุดชะงักลงจากความเสียหายที่เกิดต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยไว้ และเป็นทรัพย์สินที่มีผลต่อการค้าของผู้เอาประกันภัย เช่น ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ หรือไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้ตามกำหนด เป็นต้น 

3. ประกันภัยร้านค้า ประกันภัยธุรกิจ สำหรับวงการขนส่ง – ประกันภัยยานพาหนะสำหรับธุรกิจ

ประกันภัยประเภทนี้เป็นการคุ้มครองที่จะช่วยถ่ายโอนความเสี่ยงเมื่อเกิดอุบัติเหตุกับยานพาหนะขนส่ง เป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้มาก เหมาะกับธุรกิจที่มีการใช้พาหนะในการส่งสินค้า ซึ่งบางธุรกิจอาจมีพาหนะหลายคันในการจัดส่งสินค้า ดังนั้นการทำประกันภัยพาหนะจึงสำคัญ เพราะเราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอุบัติเหตุตอนไหน ระดับความเสียหายร้ายแรงเท่าไหร่ 

4. ประกันภัยร้านค้า ประกันภัยธุรกิจ ช่วยดูแลสินค้าที่เกิดความเสียหาย – ประกันภัยการขนส่ง

ธุรกิจขนส่ง ส่งสินค้า ควรทำไว้มาก ๆ เพราะประกันนี้จะคุ้มครองสินค้าหรือทรัพย์สินที่ขนส่งจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อทั้งทางเรือเดินสมุทร เครื่องบินพาณิชย์ หรือทางพัสดุไปรษณีย์ จากอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ และมีผลทำให้สินค้าเสียหาย ซึ่งประกันภัยการขนส่งจะแบ่งออกเป็น 

  • การขนส่งสินค้าภายในประเทศ คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการขนส่งสินค้าภายในประเทศ เช่น การส่งสินค้าจากเชียงใหม่ไปยังกรุงเทพฯ เป็นต้น โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องเป็นเจ้าของสินค้าที่เป็นผู้ขนส่งสินค้าเอง หรือว่าจ้างบริษัทขนส่งเป็นผู้ขนส่งสินค้าด้วยยานพาหนะที่ระบุในกรมธรรม์
  • การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการขนส่งทางทะเลที่มักเกิดความเสียหายบ่อย ดังนั้นประกันนี้จึงสามารถช่วยลดภาระให้ผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจากการที่สินค้าได้รับความเสียหายจากการขนส่ง

5. ประกันภัยร้านค้า ประกันภัยธุรกิจ ด้านบุคลากร – ประกันภัยกลุ่มสวัสดิการพนักงาน

ธุรกิจจะดำเนินหน้าได้ก็ต้องมีบุคลากรคอยขับเคลื่อน โดยเฉพาะธุรกิจที่จำเป็นต้องใช้มนุษย์เป็นผู้กระทำเท่านั้น ไม่ว่าจะมีจำนวนน้อย หรือมาก ก็มีโอกาสที่จะส่งผลกระทบได้ จึงเหมาะที่จะทำประกันภัยกลุ่มสวัสดิการพนักงาน เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับพนักงานเมื่อเกิดการเจ็บป่วยหรือไม่สามารถมาทำงานได้ ซึ่งการขาดบุคลากรปฏิบัติหน้าที่ไปนั่นก็หมายถึงขาดกำลังสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับสวัสดิการของพนักงาน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อให้พนักงานอยู่กับบริษัทได้นาน

6. ประกันภัยร้านค้า ประกันภัยธุรกิจ ที่เจ้าของกิจการควรมี – ประกันชีวิตสำหรับผู้บริหารและผู้ประกอบการ

เป็นหนึ่งในประกันภัยที่เจ้าของกิจการ รวมถึงธุรกิจ SME ควรทำมากที่สุด เพื่อชดเชยความสูญเสียจากการเสียผู้บริหารของบริษัท ซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญของธุรกิจ อีกทั้งภาระต่าง ๆ อย่างเช่น ค่าใช้จ่าย หนี้สิน และความเป็นอยู่ของครอบครัวและพนักงานก็จะขาดความมั่นคง เพราะขาดเสาหลักไป อีกทั้งเบี้ยประกันที่เสียไปยังสามารถนำมาลงเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้เต็มจำนวนอีกด้วย

7. ประกันภัยร้านค้า ประกันภัยธุรกิจ ช่วยดูแลความเสียหาย – ประกันอัคคีภัย หรือประกันไฟไหม้ร้านค้า

เป็นประกันภัยที่คุ้มครองดูแลทรัพย์สินในสถานประกอบการ และร้านค้า หากมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นจากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า ภัยระเบิด ฯลฯ ซึ่งความเสียหายจากเหตุเหล่านี้อธิบายเป็นสุภาษิตไทยง่าย ๆ ได้ว่า ‘โจรปล้นสิบครั้งไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว’ เพราะตามสถิติแล้ว ในประเทศไทยพบเหตุไฟไหม้ที่สร้างความเสียหายมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท โดยเฉลี่ยเกิดขึ้นปีละ มากกว่า 2,000 ครั้งต่อปี และความเสียหายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7แสน – 1 ล้านบาท ความเสียหายยิ่งกว่าโดนปล้นเสียอีก แล้วยิ่งถ้าคุณมีธุรกิจนี้เป็นหนึ่งในสินทรัพย์จากไม่กี่อย่างของคุณ การเกิดอัคคีภัยเพียงไม่กี่นาที ก็อาจทำให้เจอปัญหาใหญ่ในชีวิตได้เลย 

ธุรกิจที่ควรมีประกันอัคคีภัย หรือประกันไฟไหม้ร้านค้า ได้แก่ ร้านค้าขายของ โชห่วย ร้านอาหาร ร้านกาแฟ อู่ซ่อมรถ ร้านนวด สปา ร้านซักรีด ในชุมชน หรือติดถนนหลัก รวมถึงออฟฟิศเช่าในตึกสูง ก็ล้วนมีความเสี่ยงต่อเหตุการณ์ที่ทำให้ธุรกิจเกิดความเสียหายได้เช่นกัน

เห็นหรือไม่ว่า…ประกันภัยร้านค้า ประกันภัยธุรกิจ เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งคงปฏิเสธได้ยากว่าการทำธุรกิจนั้นล้วนต้องพบกับความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าในรูปแบบใด และที่น่ากังวลคือ ไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นตอนไหน

ดังนั้น หากคุณที่เป็นเจ้าของกิจการประเมินถึงความเสียหายหลังจากเกิดเหตุไม่คาดฝันแล้วพบว่า การทำประกันภัยเอาไว้เป็นเรื่องที่สมควรแก่การลงทุน เป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย เพราะมันคือการวางแผนเพื่อเซฟธุรกิจของคุณให้อยู่รอดและไปต่อได้อย่างเสียหายน้อยที่สุด ควรที่จะศึกษาข้อตกลงและสัญญาให้รอบคอบก่อนทำ เพื่อเลือกประเภทให้เหมาะกับธุรกิจและผลประโยชน์ที่จะได้รับ 

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถดูหรือสอบถามผ่านช่องทางเหล่านี้ได้เลย 

เว็บไซต์ : www.creditok.co 

บทความอื่นเพิ่มเติม : https://blog.creditok.co/

Line Official : @creditok_cir