ไหวตัวให้ทันก่อนโดนชวน “แชร์ลูกโซ่”

การ “แชร์ลูกโซ่” ไม่เคยหมดไปจากสังคม และดูเหมือนว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอยู่ตลอดเวลา ช่วงที่ทุกคนประสบวิกฤติทางการเงิน การหลอกลวงของกลุ่มมิจฉาชีพก็มักจะเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ เพราะอาศัยช่วงที่คนกำลังเดือดร้อนเรื่องเงินหรือจากกลุ่มคนที่ขาดความรู้เรื่องการเงินเพื่อเป็นช่องทางในการฉวยโอกาส ซึ่งแต่ละครั้งที่กลับมาก็จะอัพเกรดวิธีจูงใจที่ทันสมัยขึ้น และมีวิธีการเพิ่มแรงจูงใจให้กับเหยื่อได้อยากแนบเนียน เช่น ชักชวนลงทุนสินทรัพย์ที่กำลังนิยม หรือหลอกว่าลงทุนธุรกิจสตาร์ทอัพหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ดังนั้น Credit OK จะมานำเสนอวิธีที่จะไหวตัวให้ทันจากธุรกิจแชร์ลูกโซ่และสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเอง

วงแชร์ในตำนาน 

แชร์ลูกโซ่มีวิวัฒนาการหลากหลายประเภทธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น แชร์น้ำมัน แชร์รถมือสอง แชร์ท่องเที่ยว ฯลฯ และมีรูปแบบตั้งแต่ลงผ่านหนังสือพิมพ์ ตามประกาศต่าง ๆ และบนช่องทางออนไลน์ โดยคดีที่โด่งดังจากการแชร์ลูกโซ่ในตำนาน ได้แก่

  • แชร์แม่ชม้อย พ.ศ.2525 : ลงทุนในรถเข็นน้ำมัน ดอกเบี้ย 6.5% ต่อเดือน
  • แชร์ชาเตอร์ พ.ศ.2528 : ลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์และอัตราแลกเปลี่ยน ดอกเบี้ย 9% ต่อเดือน
  • แชร์บลิสเซอร์ พ.ศ.2534 : ลงทุนการท่องเที่ยวโดยสมัครเป็นสมาชิก ผลตอบแทนเริ่มต้น 5,000 บาท
  • แชร์ยูฟัน พ.ศ.2557 : ลงทุนในสกุลเงินที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ผลตอบแทน 7-12% จากยอดแลกสกุลเงิน
  • แชร์โชกุน พ.ศ.2560 : หาสมาชิกขายตรงอาหารเสริม ผลตอบแทนคือได้เที่ยวต่างประเทศฟรีหรือลดราคา
  • แชร์แม่มณี พ.ศ.2562 : ฝากเงินออม ดอกเบี้ย 93% ต่อเดือน

วิธีการทำงานของแชร์ลูกโซ่

การระดมทุนด้วยวิธีการต่าง ๆ โดยใช้ผลตอบแทนสูง เพื่อมาจูงใจเหยื่อ ซึ่งผลตอบแทนมาจากเงินระดมทุนของสมาชิกใหม่ที่นำมาจ่ายให้กับสมาชิกเก่า จากการบอกรับสมาชิกและเก็บค่าสมาชิก ระดมทุนเป็นรอบ ๆ เพื่อนำมาปันส่วนกันโดยเสนอผลประโยชน์เกินจริง ขยายฐานพีระมิดออกไปเรื่อย ๆ ซึ่งบางรายก็มีการลงทุนจริงแต่หลาย ๆ รายก็ไม่ได้มีการลงทุนจริง 

จับโป๊ะธุรกิจแชร์ลูกโซ่

1. ผลตอบแทนเกินจริง ไม่สมเหตุสมผล

ใคร ๆ ก็อยากลงทุนได้ผลตอบแทนที่สูงกันทั้งนั้น แต่ถ้าการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูงมากเกินความจริง หรือหากลงทุนน้อย แต่ผลตอบแทนสูงผิดปกติ ในระยะสั้น ๆ เช่น แค่ลงเงินและแทบไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ผลตอบแทนต่อวันมากกว่า 10% หรือยิ่งลงมายิ่งได้มาก รอรับผลตอบแทนอย่างเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่เกินจริงไปมาก เพราะขนาดตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวเฉลี่ยต่อปียังไม่สามารถการันตีได้เลยว่าจะถึง 10% ได้อย่างแน่นอน ซึ่งนักลงทุนทั่วไปในตลาดจะทราบกันดีกับวลีที่ว่า ผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงก็จะต้องสูงตาม

2. ขายฝัน

มิจฉาชีพมักนำเสนอเรื่องความร่ำรวยและความง่ายในการได้รับผลตอบแทนมาใช้เป็นจุดขาย เพราะล้วนดึงดูดให้ผู้คนหลงเชื่อกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่จะเข้ามาเป็นกอบเป็นกำในแต่ละวัน ซึ่งคุณต้องตั้งสติและพิจารณาจากของล่อใจเหล่านี้จะเห็นได้ชัดว่า มีช่องโหว่ให้จับผิดอยู่อยู่ไม่น้อย ลองตั้งคำถามถามกับตัวเองก่อนก็ได้ว่า  ถ้ามันได้ง่ายขนาดนี้ทำไมคนส่วนใหญ่เขาถึงไม่มาทำธุรกิจนี้กันหมด

3. ชักจูงผู้อื่นมาเข้าร่วมเพิ่ม 

เทคนิคสำคัญของแชร์ลูกโซ่ คือลงทุนครั้งแรกมักจะให้ผลตอบแทนจริงและเร็ว เพื่อที่จะชักจูงให้ชวนผู้อื่นเข้ามาร่วมเพิ่ม โดยอาจจมีคอมมิชชั่นให้เพิ่มเติม ซึ่งแน่นอนว่าเหยื่อกลุ่มแรกที่ได้ผลตอบแทนจริง ย่อมมีหลักฐานไปจูงใจผู้อื่นอยู่แล้ว กระบวนการลูกโซ่จึงเกิดขึ้น

4. แอบอ้างบุคคลหรือองค์กรที่มีชื่อเสียง

บริษัทแชร์ลูกโซ่มักอ้างถึงคนที่ประสบความสำเร็จ และคนดังหลาย ๆ คน เพื่อโน้มน้าวให้คนที่ฟังสนใจ อยากลงทุนเพิ่มหรือชวนคนมาลงทุน เช่น ร่วมมือกับดาราหรือองค์กรที่มีชื่อเสียงในสังคม ซึ่งสิ่งที่ควรต้องแสดงคือรายละเอียดการลงทุนหรืองบการเงินของบริษัท ซึ่งมักจะไม่ค่อยแสดงออกมาก หากเป็นองค์กร ก็จะนำบริษัทต่างประเทศมาอ้างอิง แต่เข้าถึงข้อมูลได้ยาก และอาจจะมีปลอมแปลง เอกสาร มีตราประทับให้ดูน่าเชื่อถือ และอ้างอิงถึงประเทศขนาดเล็กหรือองค์กร ในต่างประเทศที่เราไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่

5. แหล่งลงทุนอยู่ต่างประเทศ

การนำบริษัทต่างประเทศมาอ้างอิง ทำให้ดูน่าเชื่อขึ้น อีกทั้งถ้าบอกว่ามีแหล่งลงทุนอยู่ต่างประเทศจะทำให้สมาชิกไม่สามารถตรวจสอบงบการเงินได้ และหากคุณสงสัยว่าบริษัทที่คุณลงทุนเป็นแชร์ลูกโซ่หรือเปล่า สามารถเข้าไปตรวจสอบงบการเงินกับเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถ้าบริษัทที่คุณลงทุนไม่สามารถตรวจสอบได้ ก็ให้ระวังไว้เลยว่าอาจเป็นบริษัทแชร์ลูกโซ่ 

6. นำเสนอไลฟ์สไตล์สุดหรู

ชอบแสดงออกเกินจริงในโซเชียลมีเดีย ส่วนใหญ่มีลักษณะที่โพสเกินจริงลงในโซเชียลมีเดีย เช่น ไลฟ์สไตล์สุดหรู ถ่ายรูปเงินสดจำนวนมาก รถหรู รถสปอร์ต หรือที่อยู่อาศัย ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจจะเป็นแชร์ลูกโซ่

และทั้งหมดนี้ก็คือ 6 ข้อสังเกตที่ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ส่วนใหญ่ใช้เป็นประจำ แต่วิธีอาจเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เพราะในโลกของการลงทุนใด ๆ ไม่มีใครให้ผลตอบแทนจากลงทุนมากขนาดนี้ หรือหากใครที่รู้ทั้งรู้ว่าคือการแชร์ลูกโซ่ แต่ก็หวังว่าตัวเองจะได้กำไรและลุกออกจากวงทัน เป็นเรื่องที่ผิดมากมาก เพราะเป็นการลงทุนทั้ง ๆ ที่รู้ว่าโดนหลอก ดังนั้นเรื่องของเงินไม่ใช่เรื่องง่าย การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ ซึ่งควรศึกษาให้ดีและรอบคอบก่อนลงทุนเสมอ อย่าให้ความโลภทำให้เราถูกหลอกได้ และคอยเตือนคนที่รู้จักอย่าให้ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแชร์ลูกโซ่

ที่มา สมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย