ต้นทุน”การขายของออนไลน์” ที่ไม่ได้มีเพียงค่าสินค้าเพียงอย่างเดียว!

ต้นทุน"การขายของออนไลน์" ที่ไม่ได้มีเพียงค่าสินค้าเพียงอย่างเดียว!

ทุกวันนี้ออนไลน์ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของทุกคน ทำให้เกิดช่องทางในการหารายได้มากขึ้น การขายของออนไลน์กลายเป็นอาชีพที่ใครหลาย ๆ คนเริ่มให้ความสนใจ เพราะถือเป็นการลงทุนที่ต่ำ เมื่อเทียบกับการเปิดหน้าร้านขายของ  ซึ่งบางคนอาจขายดีจนออกจากงานประจำที่ทำอยู่ แต่ใช่ว่าจะขายได้ดีกันทุกคน การขายของออนไลน์เหมือนจะง่ายกว่าเพราะไม่ต้องมีหน้าร้าน เพราะต้นทุนของการขายของออนไลน์ ไม่ได้มีแค่ค่าสินค้าเพียงอย่างเดียว มีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จำนวนหนึ่ง ที่ขายแล้วต้นทุนจมบ้าง หักค่าใช้จ่ายแล้วก็เหลือกำไรเพียงน้อยนิดบ้าง ดังนั้น ก่อนที่จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ ลองมาทบทวนกับต้นทุนตั้งต้นในการขายของออนไลน์กันก่อนดีกว่าค่ะ

1. ค่าสาธารณูปโภค

นั่นก็คือ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์และค่าอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในการขายของออนไลน์ ต้องนำไปคิดเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนด้วย ถึงแม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่อาจไม่ได้มาก แต่จำเป็นต้องนำมาคิดเป็นต้นทุนด้วย และยิ่งขนาดของกิจการใหญ่มากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ต้นทุนเรื่องของค่าสาธารณูปโภคมากตามไปด้วย

2. อุปกรณ์ที่ใช้ในการแพ็กสินค้า 

การขายของออนไลน์จะต้องมีการส่งสินค้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการขาย จึงจะมีต้นทุนเรื่องอุปกรณ์ที่ใช้แพ็กสินค้า เช่น กล่อง เทปกาว สติกเกอร์ เครื่องปริ้นท์ชื่อขนาดเล็ก ฯลฯ หรืออาจจะมีการใส่ของแถมเข้าไปเพิ่มให้กับลูกค้า จึงต้องนำเอาค่าใช้จ่ายส่วนบวกกับค่ากล่อง เพื่อให้ได้ค่าอุปกรณ์ยิบย่อยที่เป็นต้นทุนก่อนตั้งราคาขาย 

3. การสต็อกสินค้า

ถือเป็นต้นทุนของร้านค้าที่มีการสั่งสินค้าเข้ามาสต็อกไว้ เพื่อที่จะมีสินค้าที่พร้อมส่งทันทีเมื่อมีคำสั่งซื้อจากลูกค้า ทำให้ร้านค้าต้องสั่งครั้งละจำนวนมาก เพื่อที่จะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยของสินค้าในราคาที่ต่ำลง ซึ่งตามมาด้วยพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าที่มากขึ้น หรืออาจมีห้องเก็บหรือโกดังเก็บสินค้าโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีต้นทุนอื่น ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวของ เช่น ค่าขนส่งจากผู้ค้าส่งหรือค่าเดินทางในกรณีที่ไปรับสินค้าเอง ก็ต้องนำมาคำนวณเป็นต้นทุน

4. ค่าจัดส่งสินค้า

ค่าจัดส่งสินค้า ถือเป็นต้นทุนที่ปฏิเสธไม่ได้สำหรับร้านค้าออนไลน์ และเป็นต้นทุนที่ส่งผลว่าแม่ค้าจะได้กำไรมากหรือไม่ ดังนั้น ร้านค้าออนไลน์ควรเลือกบริการขนส่งที่มีอัตราค่าบริการที่เหมาะสม จัดส่งไว และส่งสินค้าถึงลูกค้าในสภาพดี ทำให้สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า เพราะต่อให้สินค้าของทางร้านเราดี มีการแพ็คไปอย่างเรียบร้อย แต่ขนส่งบริการช้า ทำพัสดุถึงลูกค้าไม่ดี ลูกค้าก็จะไม่ประทับใจ แล้วอาจทำให้ไม่กลับมาใช้บริการซ้ำ หรือร้านค้าอาจจะเลือกใช้ขนส่งที่มีบริการมารับสินค้าถึงที่ก็จะสามารถช่วยลดต้นทุนค่าส่งสินค้าได้

ซึ่งในปัจจุบันก็มีระบบบริการที่ช่วยร้านค้าออนไลน์ในการจัดการสต็อกสินค้าและบริหารคลังสินค้า ที่มีบริการตั้งแต่เก็บสินค้า แพ็คสินค้า รวมไปถึงการจัดส่งสินค้า ทำให้ร้านค้าไม่ต้องสต็อกสินค้าไว้เอง ไม่ต้องเสียเวลาที่นำสินค้าไปจัดส่ง ซึ่งบริการในส่วนนี้ก็จะมีค่าธรรมเนียมที่ต้องนำมาคิดเป็นต้นทุนของธุรกิจด้วยเช่นกัน 

5. ค่าทำการตลาดออนไลน์

ค่าทำการตลาดออนไลน์หรือการยิง Ads, Boost Post บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram, Tiktok ฯลฯ การทำการตลาดถือเป็นต้นทุนในเรื่องของการทำการประชาสัมพันธ์ เพื่อที่จะต้องการให้คนในโลกออนไลน์เข้าถึงและรู้จักสินค้าและบริการของเราให้มากขึ้น เพราะถึงแม้จะมีสินค้าดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีใครรู้จักร้านก็ไม่มีประโยชน์ ธุรกิจจึงควรวางแผนในการทำการตลาดและวางงบประมาณที่จะใช้เพื่อทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ ก่อนจ่ายเงินโฆษณาก็จะช่วยให้ได้การโฆษณานั้นมีประสิทธิภาพคุ้มค่ากับต้นทุนที่เสียไปมากที่สุด ต้นทุนในส่วนนี้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การตลาดของแต่ละร้าน และค่าบริการของแต่ละแพลตฟอร์ม 

6. ระบบจัดการหลังบ้าน

ร้านค้าในออนไลน์มีจำนวนหลายร้านที่ขายสินค้าคล้าย ๆ กัน ดังนั้นการสร้างแบรนด์เพื่อเป็นที่จดจำให้กับลูกค้าได้จึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็มาพร้อมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เช่น การทำเว็บไซต์ที่เป็นหน้าร้าน เพื่อวัดผลการใช้เว็บไซต์และวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อประโยชน์ในการวางแผนการผลิตสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่องต่อไป รวมถึงระบบการเก็บเงิน ทำบัญชี การเปลี่ยนคืนสินค้า หรือการถ่ายภาพโปรโมทสินค้า ฯลฯ ซึ่งในกรณีที่เจ้าของร้านมีทักษะในการออกแบบอยู่แล้ว สามารถทำเองได้ ก็จะช่วยประหยัดต้นทุน แต่หากเจ้าของร้านไม่สามารถออกแบบเองได้ ก็ทำให้มีต้นทุนในส่วนนี้เพิ่มเติม

7. ค่าธรรมเนียม

ในกรณีที่คุณได้มีการลงขายสินค้าผ่านช่องทาง E-commerce ตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มก็จะค่าธรรมเนียมการขาย (Sales Transaction Fee) และค่าธรรมเนียมการให้บริการต่าง ๆ แตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับแต่ละแพลตฟอร์ม

แม้ไม่มีหน้าร้านค้า แต่การขายของออนไลน์ก็มี “ต้นทุน” มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่คุณอาจจะต้องเสีย เงินที่จะนำมาลงทุนในการร้านค้าออนไลน์จึงไม่ควรจะครอบคลุมแค่ค่าสินค้า การกำหนดราคาสินค้าจึงต้องนำเอาค่าใช้จ่ายเหล่านี้เข้าไปคิดเป็นต้นทุนด้วย  เพื่อบริหารจัดการและวางแผนให้รอบคอบให้ธุรกิจดำเนินการต่อไปได้อย่างไม่มีสะดุด

สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/