เด็กจบใหม่ อยากเริ่มต้นธุรกิจ SME ต้องทำยังไง ?

ในปัจจุบันนี้  มี “เด็กจบใหม่” ที่ประสบปัญหาการว่างงานเป็นจำนวนมาก จากปัญหาเศรษฐกิจและโควิด-19 เพราะบริษัทส่วนใหญ่ก็ต้องสำรองเงินทุนส่วนหนึ่งสำหรับบริษัทไว้ โดยมีการลดอัตราการจ้างงานหรือมีการปลดพนักงานออก ซึ่งปัญหานี้ก็กระทบต่อธุรกิจต่าง ๆ ในไทยเป็นจำนวนมากทั้งรายเล็กและรายใหญ่ และก็กระทบไปถึงสถานศึกษาหรือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ  ที่ผลิตบุคลากรได้ไม่ตอบสนองความต้องการที่ตรงกับตลาดงานได้ การศึกษาก็เปรียบเหมือนการลงทุนอย่างหนึ่ง ที่สุดท้ายแล้วถ้าผลตอบแทนที่คาดหวังไม่แข็งแกร่งเพียงพอก็ไม่มีใครลงทุน

เด็กจบใหม่ จำนวนไม่น้อยอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือน หรือบางคนใช้ช่วงเวลาหลังเรียนจบ มาลองทำงานประจำเพื่อค้นหาประสบการณ์ว่าชอบหรือเปล่า แล้วอาจมองหาธุรกิจที่น่าสนใจในการเริ่มต้น แน่นอนว่าเด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ถ้าเริ่มธุรกิจซักอย่างแล้ว อาจจะไม่ได้เริ่มด้วยตัวคนเดียวเสมอไป ถ้าไม่มีพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็จะมีเพื่อนคู่คิดหรือครอบครัวที่เรามักจะขอคำแนะนำอยู่เสมอ แล้วควรเริ่มจากอะไรดี

1. คนส่วนใหญ่มักบอกให้เริ่มทำธุรกิจจากสิ่งที่ชอบ

ซึ่งเมื่อลองนึกดูแล้วเหมือนจะง่ายแต่ก็มีความยากอยู่ เพราะเราจะเกิดคำถามกับตัวเองว่าถ้าทำออกมาแล้วจะมีคนซื้อไหม คนจะมาใช้บริการรึป่าว เพราะบางครั้งการทำสิ่งที่ชอบเพราะเราสามารถอยู่กับสิ่งนั้นได้นานอาจไม่ตอบโจทย์สำหรับทุกคน เพราะถ้าสิ่งที่เราชอบไม่ตอบโจทย์สำหรับผู้บริโภค ทำไปไม่มีคนมาซื้อหรือมาใช้บริการก็เสียเปล่า เพราะธุรกิจนั้นอยู่ได้ด้วยเงินทุน เมื่อเราลงมือลงแรงทำอะไรบางอย่างไปแล้ว สิ่งที่ได้รับกลับมาควรจะคุ้มค่ากับสิ่งที่ทำหรือลงทุนลงไป ซึ่งก็ทำให้บางคนอาจจะล้มเลิกความคิดที่จะทำธุรกิจไปเลย

2. ถ้าไม่เริ่มทำธุรกิจจากสิ่งที่ชอบแล้วควรเริ่มจากอะไร ?

ถ้าเราคิดว่าการเริ่มทำธุรกิจจากสิ่งที่ชอบอาจไม่ยั่งยืนเสมอไป อาจเริ่มจากการมองเทรนด์ของตลาด มองความต้องการของผู้บริโภคว่าต้องการอะไร ซึ่งควรที่จะมองจากภาพใหญ่ มองตลาดโลกว่าอะไรที่เป็นที่นิยมอยู่จากประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะเทรนด์ต่าง ๆ มักจะนำหลาย ๆ ประเทศไปก่อนแล้ว หรือสังเกตจากวิถีชีวิตและการจับจ่ายของผู้บริโภคในปัจจุบันว่ามีสิ่งใดสามารถเข้ามาช่วยพัฒนาหรือตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้บ้าง มองอนาคตให้ออก และจับจุดให้ถูก ในช่วงแรกที่เริ่มต้นทำธุรกิจของเด็กจบใหม่อาจไม่มีอะไรที่น่ากลัวมาก เพราะในช่วงแรกเรามักจะทำด้วย Passion และความตั้งใจที่สูงมาก พร้อมลุยเสมอ จนธุรกิจได้ออกเป็นรูปเป็นร่าง กำไรพอนิดหน่อยเราก็มีความสุขแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้เรามีความพยายามมากขึ้นในการที่พัฒนาธุรกิจด้วยตัวเองต่อ และเมื่อทำไปซักพักทุกธุรกิจมักจะเจอปัญหาที่ไม่คาดคิด เพราะการทำธุรกิจนั้นมีความเสี่ยงอยู่เสมอ

3. ข้อควรระวังในการทำธุรกิจ = คู่แข่ง ที่อาจเข้ามาได้ทุกเมื่อ

ถึงแม้ว่าเราจะสามารถจับจุดธุรกิจถูกแล้ว แต่ก็ไม่สามารถที่จะมีธุรกิจของเราเพียงแค่ธุรกิจเดียวในหมวดธุรกิจนั้น ๆ ข้อควรระวังในการทำธุรกิจคือสามารถมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาในตลาดได้เรื่อย ๆ ซึ่งสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจอีกอย่างนั่นก็คือ “การวางแผนการเงินและสภาพคล่องของกิจการ” ให้ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญพอ ๆ กับการวางแผนพัฒนาสินค้าหรือบริการให้อยู่ในเทรนด์อยู่ตลอดเวลา เพราะการทำให้สินค้าหรือบริการอยู่ในเทรนด์ตลอดเวลาก็มีต้นทุนที่ใช้ในการพัฒนาธุรกิจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสภาพคล่องของกิจการด้วยเช่นกัน หลายต่อหลายครั้งธุรกิจดี ๆ ต้องล้มหายตายจากไปเพราะขาดสภาพคล่องและการวางแผนทางการเงิน

4. วางแผนและลงมือทำ

เมื่อเราวางแผนทุกอย่างเป็นอย่างดีแล้ว ก็เริ่มลงมือทำ “กล้าได้กล้าเสีย” ลงทั้งแรงกายแรงใจไปเลย ซึ่งถ้าเกิดว่าธุรกิจที่เราทำนั้นมีความมั่นคงและมีสภาพคล่องสูง เราอาจเลือกทำเป็นอาชีพหลักไปเลยก็ได้ แต่ถ้าธุรกิจนั้น เราลองทำทุกวิถีทางแล้วก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ยังมีสภาพคล่องของธุรกิจอยู่ เราอาจจะเลือกทำเป็นงานเสริมในระหว่างที่หางานประจำทำก็ได้ กว่าจะประสบความสำเร็จมาเป็นธุรกิจหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งในปัจจุบันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะทำหลายอาชีพ ถ้าเราจัดสรรเวลาและความรับผิดชอบได้ดี หรือถ้าคิดว่าธุรกิจเราไปต่อไม่ได้จริง ๆ ต้องปิดกิจการขึ้นมา ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ในชีวิตอย่างหนึ่งที่เราได้เริ่มทำแล้ว นอกจากนี้ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองด้วย ที่ครั้งหนึ่งเราเคยได้ลงแรงลงมือทำอะไรสักอย่างด้วยความมุ่งมั่นของตัวเองแล้ว

เด็กจบใหม่คนไหนที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.creditok.co/

หรือศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/