เจาะแนวคิดธุรกิจ Little C มีเพียงสาขาเดียวก็ปังได้

Little C Bangkok แบรนด์ขนมปังที่ได้รับความนิยมทุกครั้งที่ออกบูธ หลายคนคงจะคุ้นชื่อและอาจจะเคยซื้อกินกัน หรือก็อาจมีบางคนที่ไม่รู้จักแบรนด์นี้เลย ซึ่งธุรกิจมีสาขาหลักเพียงสาขาเดียวเท่านั้น แต่ทางแบรนด์ได้กระจายสินค้าโดยการออกบูธตามห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อไปเปิดบูธที่ต่างจังหวัด ก็มักจะได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม อีกทั้งยังทำให้เกิดอาชีพรับจ้างหิ้วหรือรับจ้างต่อคิวขึ้นมา มีการรับหิ้วส่งไปถึงประเทศลาว  จนครั้งหนึ่งเกิดกระแสฟีเวอร์ต่อคิวซื้อกันแบบข้ามวันข้ามคืนเข้าแถวและกางมุ้งรอห้างเปิดกันมาแล้ว 

ซึ่งทางแบรนด์มีกลยุทธ์และวิธีสร้างแบรนด์อย่างไรให้ติดตลาด ไปดูกันเลยค่ะ

1. เน้นออกบูธ ไม่เน้นหน้าร้าน

แบรนด์ Little C  มีหน้าร้านสาขาหลักเพียงสาขาเดียว นั่นก็คือ เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ซึ่งทางแบรนด์จะเน้นการขายแบบเฉพาะกิจ  ใช้กลยุทธ์กระจายจุดขายออกบูธกระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ หรือห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ เพราะการออกบูธถือว่า เป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าอย่างหนึ่ง เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มาเดินจับจ่ายใช้สอยได้จำนวนมากทำให้ได้พบเจอลูกค้าใหม่ ๆ ทำให้ผู้คนได้รู้จักสินค้าและแบรนด์มากขึ้น ถึงแม้ว่าระยะเวลาในการบูธจะไม่นานมากและไม่ใช่ช่องทางการขายสินค้าที่มั่นคงถาวร แต่กลับทำให้ลูกค้าไม่เกิดความเบื่อหน่าย ยิ่งไปกว่านั้นยังเกิดความคิดถึงและติดตามว่าทางแบรนด์จะกลับมาเปิดบูธอีกครั้งเมื่อไหร่ 

2. สินค้าสินค้าเดียวก็ปังได้

สินค้าของ Little C  ที่นำมาออกบูธขายมีเพียง 3 อย่างเท่านั้น นั่นก็คือ ครัวซองต์ไส้นมสด ขนมปังไส้ครีมนมสดและไส้ครีมช็อกโกแลต แม้จะมีสินค้าไม่เยอะ ไม่หลากหลาย แต่เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายทานง่าย ไม่ต้องมีขั้นตอนที่ยุ่งยากในการรับประทาน และสินค้าหลักที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ ขนมปังไส้ครีมนมสด ที่เป็นที่รู้จักและจดจำของลูกค้า

3. ความอร่อยในราคาที่จับต้องได้

ด้วยราคาเข้าถึงง่าย จับต้องได้และกลยุทธ์ที่ทางแบรนด์ได้ออกบูธกระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น บวกกับแต่ละครั้งที่ออกบูธมักจะมีลูกค้ามาต่อแถวรอ ทำให้เป็นที่สนใจว่าสินค้านั้นคืออะไรทำไมคนถึงต่อแถวรอกัน ลูกค้าใหม่จึงเริ่มสนใจที่จะลอง 

ซึ่งขนมปัง Little C จะทำสดใหม่ทุกครั้ง ใช้เนยสด นมสดแท้ 100 %  อีกทั้งไม่ใส่สารกันบูดและไม่มีไขมันทรานส์ ซึ่งขนมปังมีความนุ่ม ไส้ครีมที่มีความหวานกำลังดี ให้มาแบบไม่หวง  เพราะนอกจากความอร่อยและยังมีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้เพียงชิ้นละ 25 บาท และเมื่อได้ลองก็มีลูกค้าจำนวนมากติดใจในความอร่อย ทำให้ได้รับความนิยมทุกครั้งที่ร้านค้าไปออกบูธ

4. ราคาโปรโมชั่นที่ไม่เคยเปลี่ยน

ผู้บริโภคมีความระมัดระวังกับการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เนื่องจากวิกฤตเหตุการณ์ต่าง ๆ ถือเป็นการตลาดที่ดีของร้านอย่างหนึ่ง ซึ่งทางร้านตั้งราคาขนมปังชิ้นละ 25 บาท แต่มีราคาโปรโมชั่นแบบ 4 แถม 1 ในราคา 100 บาทเท่านั้น เป็นราคาที่ลูกค้าจดจำและซื้อขายได้ง่าย ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วก็ตกเพียงชิ้นละ 20 บาทเท่านั้น ลูกค้าที่ซื้อส่วนใหญ่ก็มักจะมาซื้อแบบจัดเป็นชุดไว้ เพราะลูกค้าเกิดความรู้สึกได้ราคาที่ถูกและคุ้มค่ามากกว่า ทำให้ทางร้านค้าไม่ต้องเปลี่ยนราคาโปรโมชั่นบ่อย ๆ อีกด้วย

5. มีช่องทางสั่งซื้อและติดต่อออนไลน์

เนื่องจากทางแบรนด์เน้นออกบูธกระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ช่องทางออนไลน์จึงจำเป็นสำหรับร้านค้า เพราะไม่ได้มีข้อดีเพียงแค่โปรโมทสินค้าเท่านั้น แต่ยังใช้อัพเดทตารางในการออกบูธแต่ละครั้งและพูดคุยกับลูกค้า  ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ช่องทางเดียวเท่านั้น ทาง Little C มีช่องทางติดต่อ 3 ช่องทางด้วยกัน นั่นก็คือ Facebook, Instagram และ LINE Official Account ซึ่งแต่ละช่องทางทางร้านก็จะอัพเดทอยู่เสมอ เพราะเมื่อไปออกบูธที่ไหนก็จะมีทั้งลูกค้าเก่าและใหม่ตามมาซื้อ นอกจากนี้ทางร้านยังเข้าร่วมแพลตฟอร์ม Delivery ผ่านทาง LINEMAN และ Robinhood ซึ่งถือเป็นบริการที่ส่งผลดีต่อทั้งร้านค้าและผู้บริโภค

และทั้งหมดนี้ก็คือกลยุทธ์ทางการตลาดของแบรนด์ Little C ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างหนึ่งของแบรนด์ที่น่าสนใจ ที่เน้นออกบูธมากกว่าขายหน้าร้าน และถึงแม้สินค้าจะไม่ค่อยหลากหลายแต่ก็เป็นที่จดจำของลูกค้าจนต้องมาต่อคิวรอซื้อกัน  และทำให้ผู้อ่านได้รู้จักแบรนด์มากขึ้น คลายความสงสัยสำหรับคนที่ไม่รู้จักแบรนด์นี้ให้เข้าใจว่าทำไมคนถึงต้องไปต่อแถวซื้อกัน และอาจจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการที่ิ่อ่านแล้วจะได้ไอเดียใหม่ ๆ หรืออาจนำกลยุทธ์เหล่านี้มาปรับใช้ให้เข้ากับธุรกิจของตัวเองประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น Credit OK เป็นขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการทุกท่านค่ะ

รายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/