เพิ่มความสนใจให้ธุรกิจด้วยการชวนเพื่อน (ธุรกิจ) มา Collab!

ผู้ประกอบการธุรกิจเคยรู้สึกถึงจุดที่ทำธุรกิจแล้วธุรกิจค่อนข้างเติบโตแบบเรื่อย ๆ หรือไม่สามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ไหมคะ? ซึ่งธุรกิจก็พยายามที่จะสร้างจุดสนใจให้ลูกค้าได้รับรู้และทำการตลาดด้วยวิธีการต่าง ๆ มากมายก็แล้ว แต่ก็ดึงดูดลูกค้าได้เพียงแค่ช่วงแรก ๆ เท่านั้น ในโลกธุรกิจมีทฤษฎีการตลาดมากมาย ซึ่งในครั้งนี้ Credit OK ขอแนะนำกลยุทธ์ที่น่าสนใจ นั่นก็คือ Collaboration Marketing หรือ กลยุทธ์ “X” ของบรรดาแบรนด์ต่าง ๆ ที่จับคู่แบรนด์เพื่อทำโปรเจกต์ร่วมกัน 

แต่ก่อนที่จะทำ Collaboration ธุรกิจจะต้องรู้ก่อนว่าจะทำการ Collaboration ไปเพื่ออะไร กลยุทธ์นี้มีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

Collab คืออะไร

Collab เป็นคำที่ย่อมาจากคำว่า Collaboration คือ การร่วมกัน เป็นวิธีการทางการตลาดอย่างหนึ่ง ที่เกิดจากการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์หรือระหว่างแบรนด์กับบุคคล เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้สินค้าและบริการ โดยนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความแปลกใหม่และความสนุกให้กับแบรนด์มากขึ้น สามารถทำได้ทั้งในกลุ่มธุรกิจเดียวกันหรือแตกต่างกลุ่มธุรกิจกันไม่มีข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของการร่วมมือกันว่าต้องการทำสิ่งใด

ข้อดีของการ Collab

  • ขยายกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้น

เพื่อสร้างความตื่นเต้นและความน่าสนใจ ที่ ในแต่ละครั้งหากเป็นการ Collab กับแบรนด์อาหารในแต่ละครั้ง ส่วนใหญ่แต่ละแบรนด์ก็จะนำผลิตภัณฑ์ที่เป็นจุดขายของตัวเองออกมา Collab เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา  จะตามมาด้วยการออกสินค้ารสชาติใหม่ ๆ อยู่เสมอ อย่างเช่น Karun x old school brownie ซึ่งสินค้าที่เป็นจุดเด่นของ Karun ก็คือชาไทย และสินค้าที่เป็นจุดเด่นของ old school brownie  ก็คือ บราวนี่  แม้จะเป็นสินค้าคนละประเภทกัน แต่เมื่อทั้ง 2 แบรนด์มา Collab กัน ทำให้เกิดการออกรสชาติที่แปลกใหม่จากที่มีอยู่ในตลาด  นั่นก็คือ บราวนี่รสชาไทย ถือเป็นการสร้างความน่าสนใจและความตื่นเต้นไปกับการออกสินค้าใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าในแต่ละครั้ง ซึ่งแบรนด์แต่ละแบรนด์ก็จะมีกลุ่มลูกค้าที่ต่างกัน ก็ทำให้ได้ลูกค้าประจำของแต่ละแบรนด์ไปด้วย

  • ได้กลุ่มลูกค้าใหม่

ช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ที่แบรนด์ไม่สามารถเข้าถึงได้ภายใต้แบรนด์เดิม เช่น แบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ผู้ใหญ่ หรูหรา ก็ยากที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นที่มีไลฟ์สไตล์สนุกสนาน การ Collab กับแบรนด์ที่ภาพลักษณ์สนุกสนานที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ก็จะช่วยทำให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายขึ้น ดูทันสมัยขึ้น จึงเป็นวิธีการในการส่งเสริมภาพลักษณ์ใหม่ ๆ ให้กับแบรนด์ภายใต้สินค้าใหม่ในเฉพาะโอกาสหรือเทศกาลสำคัญ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวแบรนด์ซึ่งอาจทำให้เสียฐานลูกค้าเดิมไปได้ แต่ก็ได้กลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มเข้ามา

  • เกิดกระแส Word of Mouth 

ผลจากการ Collab อีกอย่างหนึ่งก็คือ การทำให้เกิดกระแส Word of Mouth หรือการบอกต่อ ที่ถูกพูดถึงต่อในวงกว้าง ซึ่งธุรกิจอาจจะต้องมีการทำ Content เพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ร่วมกับลูกค้า เช่น การจัดกิจกรรมแชร์ภาพหรือแชร์เรื่องราว ให้ผู้คนมาร่วมแชร์ความประทับใจหรือเรื่องราวของตัวเองกับแบรนด์ หรือการสร้าง Hashtag ร่วมกันระหว่างแบรนด์นั้นเป็นตัวช่วยที่ทำให้เกิดการกระตุ้นให้ลูกค้าของแบรนด์มีความกล้าที่จะแชร์ภาพหรือเรื่องราวของแบรนด์ผ่าน Hashtag ที่สร้างขึ้นมา เสมือนกับเป็นแรงดึงดูดให้ผู้บริโภคจนเกิดการแชร์ต่อตามโซเชียลมีเดีย ช่วยสร้างและเพิ่มยอดขายได้อย่างมาก

  • เกิดคอนเนคชันทางธุรกิจ

การมีเครือข่ายทางธุรกิจที่สามารถแบ่งปันทรัพยากรและแลกเปลี่ยนความรู้ ความชำนาญในแต่ละเรื่องที่ตัวเองรู้หรือถนัดได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ   คอนเนคชันที่ดีจะช่วยให้เราทำธุรกิจได้ง่ายขึ้นหรือให้คำปรึกษาได้อย่างจริงใจ ผู้ประกอบการธุรกิจ SME จึงควรหันมาสร้างเครือข่ายระหว่างกัน ที่จะช่วยเกื้อกูลกัน อีกทั้งยังเกิดประโยชน์ทางใจอีกด้วย 

  • นำไปสู่การต่อยอดธุรกิจหรือการสร้างธุรกิจแบบใหม่

เนื่องจากการลงทุนสร้างธุรกิจใหม่ ก็ย่อมตามมาด้วยต้นทุนที่สูง การเลือกพันธมิตรในการ Collab เป็นสิ่งสำคัญมาก หากสามารถหาพันธมิตรทางธุรกิจมาจับคู่ทำงานร่วมกันได้ อาจทำให้เกิดโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ เช่น การสร้างสรรค์ด้านเทคโนโลยี การสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกัน หรือร่วมกันผลิต ทำให้มีปริมาณการผลิตมากจนทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง และหัวใจสำคัญที่จะทำให้การร่วมมือทางธุรกิจประสบความสำเร็จ นั่นก็คือ ทุกฝ่ายต้องเห็นประโยชน์ร่วมกัน 

ถือว่าเป็นยุคที่ผู้ประกอบการธุรกิจหันมาช่วยเหลือกันเองมากขึ้น ซึ่งการชวนเพื่อน (ธุรกิจ) มาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เพิ่มความสนใจให้กับธุรกิจ แต่ก่อนจะเริ่มจับคู่ธุรกิจกับใคร ผู้ประกอบการควรลองเริ่มจากการคิดก่อนว่าธุรกิจของเราต้องการอะไรจากเขา แล้วเขาจะได้อะไรจากเรา

เชื่อว่าผู้ประกอบการธุรกิจ SME คงเริ่มมองเห็นโอกาสที่จะสร้างการเติบโตและต่อยอดธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ เพราะการทำธุรกิจยุคใหม่เป็นยุคที่ผู้ประกอบการหันมาช่วยเหลือและร่วมมือกันมากขึ้น ที่จะทำให้ธุรกิจ SME รอดไปด้วยกันได้ หรือจะเป็นทางผู้บริโภคที่มีความต้องการมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และยินดีที่จะจ่ายถ้าเป็นสินค้าหรือบริการที่ผู้ผลิตออกมาอย่างมีความตั้งใจ การ Collab จึงอาจเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการทำธุรกิจยุคใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างโอกาสไม่รู้จบให้กับธุรกิจ​ ผู้ประกอบการสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/