ชื่อร้านดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ไอเดีย & ทริคในการตั้งชื่อแบรนด์ได้ด้วยตัวเอง

เคยเป็นกันไหมคะ? มีสินค้าที่อยากจะทำ มีไอเดียธุรกิจ มีแผนธุรกิจเรียบร้อยแล้ว แต่ขาดอย่างเดียวคือชื่อร้าน พยายามนึกแล้วนึกอีก ก็คิดไม่ออก หรือพอคิดได้แล้วแต่ก็รู้สึกว่ายังไม่ถูกใจสักที  ซึ่งสำหรับผู้ประกอบบางคนอาจมองข้ามเรื่องของการตั้งชื่อร้านว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญ แค่สินค้าอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ชื่อร้านดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะชื่อเป็นด่านแรกที่ลูกค้าจะรู้จักกับคุณ อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสในการขายมากขึ้น ชื่อที่ดีจะช่วยให้ง่ายต่อการทำการตลาด  แม้จะฟังดูยุ่งยากไปซักหน่อย แต่อย่าเพิ่งกังวลไปค่ะ Credit OK มีเทคนิคในการตั้งชื่อแบรนด์ให้กับธุรกิจคุณ เผื่อว่าคุณจะได้ไอเดียเพิ่มขึ้นมาค่ะ

4 ไอเดียในการตั้งชื่อแบรนด์

1. ใช้ชื่อตัวเองและอธิบายว่าธุรกิจทำอะไร

การตั้งชื่อแบรนด์โดยใช้ชื่อตัวเองหรือเป็นตัวอักษรย่อของชื่อหุ้นส่วนมารวมกัน แล้วเติมชื่อของสินค้าที่จะทำ เพราะอยากให้วันหนึ่งลูกค้าได้รู้จักทั้งแบรนด์และตัวของเรา และเพื่อบ่งบอกว่าคุณทำธุรกิจอะไรอยู่ แต่ก็อาจมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม เน้นความเข้าใจง่าย ลูกค้าอ่านแล้วเข้าใจเลย ซึ่งชื่อในลักษณะนี้มักจะพบได้ง่ายในชื่อของธุรกิจร้านอาหาร 

2. อธิบายประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับ

การนำเสนอไอเดียเกี่ยวกับจุดประสงค์ เลือกใช้คำให้ลูกค้าเกิดความอยากมาใช้บริการ อยากใช้สินค้าของเรา หรืออาจมีสโลแกนเพื่อย้ำการจดจำ ตั้งสโลแกนให้เป็นคำหรือประโยคที่ติดปาก จำง่าย ไม่ยาว ไม่สั้นจนเกินไป สโลแกนที่ดีต้องสื่อความหมายของธุรกิจได้  อธิบายถึงประโยชน์หรือคุณภาพของสินค้า  อย่างเช่น อธิบายรสชาติ บ่งบอกถึงความไว ความ hi-tech หรือความเป็นหรูหรา ฯลฯ ที่สะท้อนคุณสมบัติพิเศษของแบรนด์

3. คิดค้นคำใหม่ขึ้นมา

คิดค้นคำใหม่ขึ้นมาโดยเอาเอาพยัญชนะผสมกับสระที่สะกดกันง่าย ๆให้เกิดเป็นคำให้ดูสมมาตรกัน หรืออ่านง่าย ๆ อย่างเช่น Google มาผสมคำกัน ให้ดูสมมาตร และลองแปลว่าความหมายได้เปลี่ยนไปไหม หรือเป็นความหมายที่ดี ลงตัวกับธุรกิจของคุณแล้วหรือยัง

4. จากแรงบันดาลใจ

ถ้าคิดชื่อร้านไม่ออกจริง ๆ ลองดูที่อารมณ์บรรยากาศของธุรกิจ ที่มาที่ไปของธุรกิจ หรือผลิตภัณฑ์ อาจจะเป็นคำที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชื่อหนัง ชื่อเพลง หรือแรงบันดาลใจที่ได้เริ่มต้นธุรกิจนี้ขึ้นมา จะเป็นภาษาไทยหรือภาษาต่างชาติ หรืออาจจะเป็นคำที่มีอยู่แล้ว แต่ความหมายดี สามารถนำมาล้อเลียนกับชื่อธุรกิจได้ และเมื่อเป็นชื่อที่มีเรื่องราว ก็ทำให้ผู้ใช้งานหรือผู้ที่มาใช้บริการรู้สึกประทับใจไปด้วย

ข้อควรระวังในการตั้งชื่อแบรนด์

การตั้งชื่อให้โดดเด่นและแตกต่างเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ตามการชื่อแบรนด์ที่สะกดแปลก ๆ ที่ดูไม่ซ้ำกับใคร ก็อาจเป็นที่จดจำยาก หรือไม่ควรตั้งชื่อแบรนด์ โดยใช้คำฮิต ๆ  เพราะอาจจะเป็นกระแสที่มาเร็ว-ไปเร็ว อีกทั้งไม่ควรตั้งชื่อแบรนด์ที่เลียนแบบกับแบรนด์อื่น หรือใกล้เคียงกับชื่อของคู่แข่ง ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดได้ 

ลักษณะของชื่อแบรนด์ที่ดี 

  • มีเอกลักษณ์และโดดเด่น

จริง ๆ แล้วการตั้งชื่อธรรมดา ๆ ก็อาจจะเป็นชื่อที่โดดเด่นได้ ถ้าธุรกิจของคุณมีจุดขายเป็นของตัวเอง แต่หากยิ่งตั้งชื่อร้านให้โดดเด่น สะดุดตา จะช่วยดึงความสนใจของลูกค้ามาที่ร้านของคุณได้ดีอีกหนึ่งวิธี การเลือกใช้ฟอนต์ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะรูปแบบของฟอนต์ก็บอกถึงตัวตนของหรือเอกลักษณ์ของร้านได้ ก็จะยิ่งทำให้ลูกค้าจดจำร้านของคุณได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

  • ง่ายสำหรับการจดจำของลูกค้า 

คำที่ใช้ในการตั้งชื่อแบรนด์ไม่ควรมากกว่า 3-4 พยางค์ เพื่อให้ลูกค้าสะกดและจดจำง่าย ออกเสียงง่าย เชื่อมโยงบางอย่างให้แบรนด์มีความต่างจากคู่แข่ง ชื่อที่ยาวเกินไป ไม่เพียงจดจำได้ยาก แต่ยังส่งผลเป็นอุปสรรคในการต่อยอดหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำสื่อหรือทำการตลาด

  • ไม่ควรซ้ำหรือใกล้เคียงแบรนด์อื่น

 เมื่อได้ชื่อแบรนด์แล้วอย่าลืมตรวจสอบก่อนว่าชื่อแบรนด์ของตัวเองได้ซ้ำกับชื่อแบรนด์ของใครรึป่าวเพื่อยื่นจดทะเบียนการค้า ชื่อร้านที่เหมือนหรือคล้ายกันนั้นจะทำให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจผิด  จำสลับกับแบรนด์อื่น เพราะนอกจากสร้างความสับสนให้กับลูกค้าแล้วยังทำให้สร้างปัญหาระหว่างเจ้าของธุรกิจด้วยกันเองอีกด้วย ดังนั้นการจะตั้งชื่อร้านก็ควรหาข้อมูล เช็คให้แน่ใจว่าไม่ได้ใช้ชื่อซ้ำ ไม่มีธุรกิจไหนเคยใช้มาก่อน Credit OK แนะนำให้คุณลองเช็คและตรวจสอบชื่อบริษัทได้ที่เว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ได้ที่ www.dbd.go.th (เลือกจองชื่อ/จดคำขอจดทะเบียนนิติุคคล)  เมื่อตรวจสอบว่าไม่ซ้ำกับใครให้รีบไปจดเครื่องหมายการค้า เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบด้วยนะคะ

และทั้งหมดนี้ก็เป็นทริคเล็ก ๆ ที่จะช่วยให้คุณพอมีไอเดียในการตั้งชื่อแบรนด์ การตั้งชื่อแบรนด์ ให้โดนใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟังก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะมีคำแนะนำต่าง ๆ แล้ว ส่วนใหญ่แล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับความคิดของคิดของคุณเองเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่สำคัญของชื่อที่จะตั้ง คือควรสอดคล้องกับกลุ่มตลาดเป้าหมายที่ต้องสื่อสารด้วย ชนิดของสินค้าหรือบริการ รวมถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์ ฯลฯ การตั้งชื่อแบรนด์ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของเจ้าของธุรกิจเป็นส่วนใหญ่ อาจจะลองคิดชื่อมาสัก 15 -20 ชื่อ แล้วให้คนที่เกี่ยวข้องช่วยกันเลือก ขอความเห็นจากคนอื่น ก็เป็นทางเลือกที่ดีอย่างหนึ่ง และอย่าลืมวางกลยุทธ์ของแบรนด์ให้ชัดเจน ยิ่งเพิ่มความสำเร็จให้กับแบรนด์ของคุณ

ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/