Tie-in อย่างไรไม่ให้ดูขายของเกินไป

การ Tie-in หรือ การทำโฆษณาแฝง ถือเป็นการสื่อสารทางการตลาดอย่างหนึ่ง เป็นการสร้างการรับรู้แบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก (Brand Awareness) โดยดึงจุดเด่น ความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ออกมา ซึ่งธุรกิจสามารถ Tie in ได้เอง หรือจะมีการจ้างสื่อ KOL Influencer เพื่อเป็นตัวกลางในสื่อสารทางการตลาด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ท้าทายของธุรกิจเพราะต้องทำอย่างแนบเนียน ไม่ให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกยัดเยียดจนเกินไป แต่ในปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็มักจะมองออกว่านี่คือการ Tie in สินค้า อย่างเช่น การวางสินค้าในสื่อเฉย ๆ หรือจะเป็นการผสานแบรนด์สินค้าอย่างชัดเจนให้เข้ากับการแสดง จนบางทีลูกค้าอาจไม่ทันได้สังเกต ยกตัวอย่างเช่น การชวนกินข้าวและพาไปยังร้านอาหารนั้น ๆ แล้วถ่ายให้เห็นแบรนด์ธุรกิจ ซึ่งอาจจะมีการบอกรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม เช่น คุณสมบัติหรือวิธีการใช้งานสินค้า

ซึ่งไหน ๆ ลูกค้าก็ทราบแล้วว่าเรากำลัง Tie-in อยู่ แต่เราก็ควรวางแผนในการทำโฆษณาให้โดนใจลูกค้า จนเกิดเป็นความประทับใจได้ ซึ่งทาง Credit OK มีทริคในการ Tie-in มาแนะนำ 3 วิธีด้วยกัน ไปดูกันเลยค่ะ

1. กำหนดกลุ่มเป้าหมาย 

ปัจจุบันหลายธุรกิจมักมีสื่อเป็นของตัวเอง และได้ผลิตคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจตัวเองเป็นหลัก ธุรกิจจึงควรกำหนดกลุ่มเป้าหมายของสินค้าตัวเองและกลุ่มอายุของลูกค้า เพื่อนำสินค้าหรือโลโก้แบรนด์ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ที่นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมาย เช่น รายการข่าวในตอนเช้ามักจะโฆษณากาแฟโดยมีแก้วกาแฟวางอยู่บนโต๊ะข่าว หรือรายการที่อยู่ในช่วงตอนเย็นมักมีโฆษณาอาหาร delivery สอดแทรกอยู่ ซึ่งจะช่วยให้ Message ที่ต้องการส่งไปยังลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. การสร้างคอนเทนต์ 

  • ต้องแนบเนียน : การ Tie-in ต้องเข้ากับสถานการณ์และภาพรวมของคอนเทนต์ควรพยายามแทรกแซงเนื้อหาเข้ามาให้แนบเนียนที่สุด สินค้าที่นำมา Tie-in ต้องเหมาะสมกับเนื้อหา อย่างเช่น สินค้านั้นข้อดีอย่างไร ใช้ประโยชน์อย่างไร  จนทำให้ผู้ชมดูแล้วเกิดความรู้สึกประทับใจ เคยสังเกตไหมคะ ว่าในภาพยนตร์ต่างประเทศส่วนใหญ่ เรามักจะเห็นอุปกรณ์อย่างโทรศัพท์มือถือ โน้ตบุค เป็นแบรนด์ไอทีดังยี่ห้อหนึ่งซะเป็นส่วนใหญ่ และจะถูกใช้โดยตัวละครเอกหรือตัวละครที่อยู่ในบทบาทที่ดี ซึ่งมาจากเหตุผลที่ว่า แบรนด์ไอทีนั้นอนุญาตให้นำผลิตภัณฑ์ไปใช้ได้ แต่มีข้อแม้ว่าตัวละครที่ใช้จะต้องเป็น “Good Guys” เท่านั้น ซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ดีของแบรนด์ และผู้ชมรู้สึกว่าไม่เป็นการ Tie-in จนเกินไป
  • ต้องโดดเด่นและแปลกใหม่ : การ Tie-in ที่ทำให้ลูกค้าเกิดอารมณ์ร่วม อย่างเช่น ความตลก ความแปลก ควาวว้าว อย่างการทำคลิปวิดิโอสั้น ๆ รีวิวสินค้าใน TikTok ที่อาจมีการใส่ Sound effect ที่ไม่เหมือนใครจนทำให้ผู้ชมไม่กดเลื่อนผ่าน หรือร้านเบเกอรี่ที่มีการถ่ายวิดิโอขั้นตอนในการทำ การตกแต่ง ไปจนถึงการบรรจุภัณฑ์ ทำให้เห็นถึงความตั้งใจและความสะอาดในกระบวนการทำ ซึ่งเป็นวิธีที่ดึงดูดใจลูกค้า ทำให้ลูกค้าอยากทดลองซื้อสินค้านั้น ๆ มาลองว่าเป็นอย่างไร จะเกิดประสบการณ์ในการใช้อย่างไร ถือเป็นวิธีการ Tie-in ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างคอนเทนต์ ซึ่งไม่เหมือนใครแน่นอน และบางครั้งอาจทำให้สินค้านั้นได้รับยอดการมีส่วน (engagement) ที่เพิ่มขึ้นด้วย

3. ช่องทางในการเผยแพร่

           ช่องทางในการเผยแพร่คอนเทนต์ถือเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เมื่อเรามีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและคอนเทนต์ที่ดีแล้ว ซึ่งถ้ารูปแบบของสื่อเป็นวิดิโอ อาจเผยแพร่ทาง Facebook TikTok Youtube ฯลฯ หรือถ้าเป็นการเน้นรูปภาพและข้อความสั้น ๆ อาจใช้ช่องทางอย่าง Instagram Twitter ฯลฯ  และถ้ามีการซื้อโฆษณาเพิ่มเติมควรวางแผนในเรื่องต้นทุนและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ซึ่งควรมีความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

ความสำคัญของการทำการตลาดด้วยวิธี Tie-in สิ่งสำคัญ ก็คือ ธุรกิจควรวางแผนในการทำโฆษณาให้ดีและมีคุณภาพ เพื่อที่จะสร้างภาพจำที่ดีของแบรนด์จนกลายเป็นที่จดจำ ทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจและจดจำสินค้าของเราไปในทางที่ดีหรืออยากที่จะแชร์ต่อ การ Tie-in ที่ดีควรสร้างการบอกต่อและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ที่รับชม ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/