รถน้ำท่วม เคลมประกันภัยได้มากน้อยแค่ไหน?

รถน้ำท่วมเคลมประกันภัย ได้มากน้อยแค่ไหน ?

จากสถานการณ์อุทกภัยในเดือนกันยายน 2564 ได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง เนื่องจากระดับที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเหตุการณ์น้ำท่วมแต่ละครั้ง สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นก็คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่สิ่งของเครื่องใช้ ตั้งแต่ทรัพย์สินภายในบ้านและนอกบ้าน ประชาชนไม่สามารถขนย้ายทรัพย์สินหนีออกมาได้ทัน หนึ่งในนั้นก็คือรถยนต์จำนวนมากที่จอดแช่น้ำไว้เฉย ๆ เพราะเจ้าของไม่สามารถขับหนีน้ำได้ทัน ซึ่งมูลค่าความเสียหายก็ค่อนข้างสูง แล้วถ้ารถยนต์ของเราเสียหายจากน้ำท่วม สามารถเรียกเคลมจากประกันได้หรือไม่ ?

สิ่งที่ต้องย้อนมองคือประกันรถยนต์ที่เราซื้อไว้คุ้มครองกรณีน้ำท่วมรถหรือไม่ และหากสามารถเคลมเงินประกันได้ ควรทำอย่างไร Credit OK ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความคุ้มครองการทำประกันรถยนต์ประเภทต่าง ๆ พร้อมเงื่อนไขการเคลมประกันรถยนต์ที่ต้องรู้ เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วมรถก่อนภัยจะมาถึง

น้ำเข้ารถแบบไหน? ประกันรับเคลม

น้ำเข้ารถแบบไหน ? ประกันรับเคลมระหว่าง "รถเจอน้ำท่วม VS ขับรถไปลุยน้ำท่วม"

ต้องแยกให้ออกระหว่าง “รถเจอน้ำท่วม VS ขับรถไปลุยน้ำท่วม” ประกันภัยรถยนต์จะให้ความคุ้มครองที่ต่างกัน รถยนต์ได้รับความเสียหายจากจากภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น จอดรถเอาไว้ในบ้าน แล้วในช่วงหน้าฝนมีพายุฝนถล่มติดต่อกันนานหลายวัน เกิดน้ำหลาก ทำให้ย้ายรถหนีไม่ทัน รถถูกน้ำเข้าเสียหายบางส่วน ซึ่งไม่ได้เกิดจากกรณีที่ขับรถเพื่อไปรับความเสี่ยง บริษัทประกันก็จะเข้ามาตรวจสอบสถานที่ที่เกิดเหตุและประเมินถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง 

แต่หากคุณขับรถไปลุยน้ำท่วม เสี่ยงรับความเสียหายด้วยตนเอง ถือว่าเป็นกรณีจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงให้เกิดความเสียหาย เช่น ขับรถไปลุยน้ำแล้วรถเกิดดับกลางทาง ทั้ง ๆ ที่มีประกาศออกมาจากทางภาครัฐว่าถนนเส้นไหนกำลังเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม แต่คุณยังตัดสินใจขับรถไปบนถนนเส้นนั้นจนรถเกิดความเสียหาย ในกรณีนี้บริษัทประกันภัยอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ โดยเฉพาะการหยุดการทำงานของเครื่องจักรกลไกของรถยนต์ การแตกหักของเครื่องจักรกลไก ระบบเครื่องไฟฟ้าของรถยนต์ ฯลฯ คุณจะไม่ได้รับค่าซ่อมแซมจากบริษัทประกัน หรืออาจจะได้รับค่าซ่อมแซมบางส่วนแต่ไม่ได้รับเท่ากับรถที่เสียหายด้วยเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดจริง ๆ ถึงแม้จะเป็นประกันชั้น 1 ก็ตาม เพราะถือว่าเจ้าของรถมีเจตนาที่จะนำรถมารับความเสี่ยงด้วยตนเอง

วิธีการเคลมประกันน้ำท่วมรถยนต์

วิธีการเคลมประกันน้ำท่วมรถยนต์

สิ่งสำคัญเมื่อประสบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด หากเกิดน้ำท่วมและสร้างความเสียหายให้กับรถของคุณกะทันหัน สิ่งแรกที่ควรทำคือตั้งสติกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจัดการด้วยวิธี ดังนี้

1. ตรวจสอบกรมธรรม์รถยนต์ของตัวเอง

ตรวจสอบกรมธรรม์รถยนต์ของตัวเองว่าเป็นประกันภัยชั้นไหน ตรวจสอบให้แน่ใจว่ายังไม่หมดอายุ และเตรียมเอกสารที่เกี่ยวกับตัวรถ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของรถ เช่น ใบขับขี่ สำเนาบัตรประชาชนซึ่งควรมีฉบับสำรองเตรียมเอาไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน โดยทั่วไปแล้วประกันชั้น 1 มักจะคุ้มครองที่ครอบคลุมทุกอย่างรวมถึงน้ำท่วม ซึ่งทำให้คนที่มีประกันชั้น 1 คลายความกังวลได้ในระดับนึง ว่าจะได้รับค่าสินไหมทดแทนจากการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่หากเป็นประกันชั้น 2+ และ 3+ จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท ต้องตรวจสอบดูอีกครั้งว่ากรมธรรม์ที่ตัวเองถือนั้นคุ้มครองความเสียหายจากภัยพิบัติน้ำท่วมหรือไม่ ซึ่งค่าสินไหมทดแทนก็ขึ้นอยู่กับวงเงินที่คุณได้ทำประกันภัยเอาไว้ หากไม่แน่ใจอาจปรึกษากับตัวแทนบริษัทประกันที่ได้ทำไว้ เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง

2. ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานทันที 

เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายให้ต่อตัวรถยนต์ ควรถ่ายรูปเหตุการณ์เก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐาน โดยถ่ายให้เห็นทะเบียนรถ เพื่อเป็นหลักฐานว่ารถคันเดียวกับที่เอาประกันไว้ ระดับความสูงของน้ำว่าประมาณไหน และในช่วงพื้นที่ใด เพื่อเอาไว้ยืนยันกับทางบริษัทประกัน หรืออาจจะหาพยานยืนยัน เพื่อช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในคำร้องของคุณต่อบริษัทประกันได้

3. แจ้งความลงบันทึกประจำวัน

ในกรณีที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอหรือบริษัทประกันไม่สามารถมาสถานที่เกิดเหตุได้  การลงบันทึกประจำวันเพื่อช่วยยืนยันความเสียหายที่เกิดขึ้น บันทึกข้อมูลความเสียหายเบื้องต้นที่เกิดขึ้นกับตัวรถ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันต่อบริษัทประกัน  ไม่ว่าจะเป็นวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยบันทึกรายละเอียดของเหตุการณ์เอาไว้ให้ละเอียดที่สุด อาจจะคาดคะเนความเสียเอาไว้ด้วยตา ว่าน้ำท่วมสูงแค่ไหนหรือเกิดเหตุในช่วงเวลาประมาณกี่โมง 

4. ติดต่อและแจ้งบริษัทประกัน 

แจ้งทำการเคลมทางโทรศัพท์กับบริษัทประกันภัยเพื่อชี้แจงให้กับทางบริษัทประกันได้ทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางบริษัทประกันจะมาตรวจสอบก่อนว่าน้ำท่วมจริงไหม มีหลักฐานอะไรบ้าง และมาดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน และนัดหมายการตรวจสภาพความเสียหายของรถยนต์กับเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัย 

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 4 วิธีเบื้องต้นเพื่อเก็บหลักฐานความเสียหายที่เกิดขึ้น หากคุณยังไม่ทราบว่ากรมธรรม์คุ้มครองได้คลอบคลุมหรือไม่ ก็ควรเตรียมเอกสารหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้พร้อม เพราะหากปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป อาจจะทำให้รถของคุณเสียประโยชน์หรือไม่ได้รับค่าชดเชยได้ตามจริง

เงื่อนไขการคุ้มครองประกันน้ำท่วม  แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ

เงื่อนไขการคุ้มครองประกันน้ำท่วม

1.การสูญเสียโดยสิ้นเชิง

การเสียหายที่ได้รับการพิจารณาจากบริษัทประกันว่ารถยนต์คันนั้นไม่คุ้มที่จะซ่อมแซมให้กลับมาสู่สภาพเดิมเท่ากับตอนก่อนเกิดเหตุภัยพิบัติได้อีก การประเมินมูลค่าความเสียหาย จะได้รับเบี้ยประกันทดแทนเต็มวงเงินของบริษัทประกันที่ทำเอาไว้ โดยแต่ละบริษัทจะมีวงเงินที่แตกต่างกันไป แต่มีมาตรฐานเหมือนกัน คือ คิดวงเงินเบี้ยประกันน้ำท่วมอยู่ที่ 70-80% ของทุนประกัน ซึ่งรถที่ถูกประเมินสภาพนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นรถที่ถูกน้ำท่วมทั้งคัน หรือท่วมเกินคอนโซลหน้ารถ

2.ความเสียหายบางส่วน

ความเสียหายบางส่วน คือ ความเสียหายที่สามารถได้รับการซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ส่วนนี้จะเป็นความรับผิดชอบของบริษัทประกันภัยที่จะจ่ายให้ทั้งหมด เช่น การซ่อมค่าเครื่องยนต์และการทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ ของรถ

เห็นหรือไม่ว่าการมีประกันรถยนต์สามารถเพิ่มความอุ่นใจให้แก่คุณได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เพราะฉะนั้นอย่าคิดเสียดายเงินส่วนนี้ แม้ตอนที่จ่ายจะรู้สึกว่าเป็นจำนวนที่ดูมาก แต่หากไม่ได้ทำประกันภัยไว้อาจจะทำให้คุณต้องจ่ายหนักกว่าค่าใช้จ่ายในการทำประกันภัยประจำปี

การมีประกันไว้ย่อมดีกว่าเสมอเพื่อป้องกันกับหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด  และหากเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติจากธรรมชาติอย่าลืมเก็บหลักฐานเอาไว้เพื่อยืนยัน 

และสำหรับใครที่อยากจะทำประกันรถยนต์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาด สามารถทักมาสอบถามได้ที่ line @creditok ซึ่งทาง Credit OK มีบริการผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เหมาะสมกับรถของคุณ และสามารถทำประกันออนไลน์ได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากได้ทาง www.creditok.co/car-insurance

สามารถอ่านรายละเอียดความแตกต่างของประกันรถยนต์แต่ละชั้นได้ที่ https://blog.creditok.co/different-types-of-car-insurance/