เลือกบริษัทขนส่งอย่างไรให้คุ้มค่า ตอบโจทย์ธุรกิจ

ในปัจจุบันโลกได้ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีออนไลน์และจากสถานการณ์ Covid-19 ที่ยังแพร่กระจายรวดเร็วและรุนแรง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค เพราะผู้คนหันมาสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น เป็นการดำเนินชีวิตแบบ new normal   ส่งผลต่อเนื่องทำให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องปรับเปลี่ยนแนวทางในการดำเนินธุรกิจ เพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อ ตลาด E-Commerce เติบโตขึ้น ธุรกิจการขนส่ง (Logistic) ก็เติบโตตามไปด้วย นอกจากไปรษณีย์ไทยแล้ว ยังมีบริษัทขนส่งเอกชนอีกมากมายที่ให้บริการขนส่งหลากหลายประเภท มีคู่แข่งใหม่เข้ามาอยู่เรื่อย ๆ เพราะธุรกิจการขนส่งมีโอกาสเติบโตอย่างมากในอนาคต

ในครั้งนี้ Credit OK จะมาแนะนำวิธีในการเลือกขนส่งให้เหมาะกับธุรกิจของคุณเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าต่อกิจการ เพราะการเลือกรูปแบบการขนส่งที่เหมาะสมจะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงได้

เลือกบริษัทขนส่งอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ 

1. ธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่

ในปัจจุบันนี้การส่งอาหารเป็นอะไรที่สะดวกมากขึ้น เนื่องจากมีบริการ Food Delivery ที่เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คน โดยบริการขนส่งที่เป็นที่นิยมได้แก่ Grab Food, Food panda, Robinhood และ LINE MAN  โดยที่แต่ละแอปจะมีกลุ่มลูกค้าที่ต่างกัน รวมถึงมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันด้วย เมื่อศึกษาแล้วพบว่า Foodpanda ให้บริการที่ครอบคลุมต่างจังหวัดมากที่สุด ในขณะที่ LINE MAN และ Grab Food จะเหมาะกับพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลมากกว่า และ Robinhood แพลตฟอร์มที่ก่อตั้งโดยคนไทย ก็น่าสนใจเพราะเป็นแอพพลิเคชั่นที่จ่ายเงินให้ร้านค้าไวที่สุดและไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากร้านค้า และสำหรับร้านเปิดใหม่ Robinhood หรือ Line Man ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะไม่เรียกเก็บค่า GP หรือค่าธรรมเนียม แต่ถ้าอยากได้ลูกค้าที่ไกลขึ้น ก็สามารถสมัคร LINE MAN GP ซึ่งจะช่วยให้ร้านได้รับออเดอร์และดันยอดขายมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็จะหักค่า GP 30%  ซึ่งเป็นทางเลือกที่ช่วยได้มากขึ้นเช่นกัน

ถ้าเป็นไปได้แนะนำว่าควรมีไว้ทั้ง 4 แอพลิเคชัน เพราะแต่ละแอพจะมีกับโปรโมชั่ชนส่งฟรีหรือลดราคาค่าจัดส่งในแต่ละช่วงที่ไม่เหมือนกัน ทำให้ยอดสั่งของแต่ละแอพเฉลี่ยจะเท่า ๆ กัน แต่ทางร้านก็ควรพิจารณาคำนวณต้นทุนให้ดี เพื่อจะได้ไม่ขาดทุนและยังคงดำเนินธุรกิจของตนเองต่อไปได้

2. ธุรกิจ E-commerce

ธุรกิจค้าปลีก ขายสินค้าออนไลน์ที่มีการจัดส่งสินค้าเป็นรายชิ้น เช่น ร้านเสื้อผ้า ร้านรองเท้า เครื่องประดับ เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว เหมาะกับการขนส่งพัสดุแบบรายชิ้น ซึ่งเป็นบริการขนส่งที่เป็นที่นิยมและคุ้นเคย เพราะ คิดค่าบริการตามรายชิ้นตามน้ำหนักสินค้าหรือขนาดกล่องบรรจุสินค้า และจัดส่งสะดวกตามสาขาของบริษัท

ขนส่งที่ให้บริการ เช่น ไปรษณีย์ไทย, Kerry Express, Flash Express, J&T Express, Alpha Fast, Ninja Van, Best Express, SCG Express, CJ Logistics ซึ่งไม่ว่าจะขนส่งแบบใดผู้ประกอบการควรพิจารณาจากต้นทุนสินค้าและความสะดวกรวดเร็วในการขนส่งเป็นหลัก

3. ธุรกิจสินค้าที่ต้องคงอุณหภูมิในการขนส่ง

อย่างร้านเบเกอรี่ ไม่ว่าจะเป็นเค้ก ไอศกรีม สินค้าแช่แข็ง ประเภทเนื้อสัตว์แช่แข็ง อาหารทะเลแช่แข็ง สินค้าแช่เย็นประเภท ผัก ผลไม้ ดอกไม้ รวมถึงเวชภัณฑ์ วัคซีน และยารักษาโรค ที่ต้องรักษาอุณหภูมิตลอดเวลาเพื่อคงคุณภาพไว้

มีบริการขนส่งที่สามารถเลือกอุณหภูมิให้เหมาะสมกับพัสดุแต่ละชนิดได้ เช่น Jwd group  ซึ่งจะมีบริการเฉพาะเขตกรุงเทพและปริมณฑล และ SCG Express, NIM Express, Sicha group และ Inter Express Logistics โดยจะให้บริการในเขตพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ แต่การขนส่งในลักษณะนี้ก็จะมีค่าใช้จ่ายในการส่งที่ค่อนข้างสูงกว่าการส่งปกติ

4. ธุรกิจเกษตรกรรม

ซึ่งเหมาะกับการขนส่งผลไม้แบบไม่ต้องควบคุมอุณหภูมิ เช่น ทุเรียน, มะม่วง, ส้ม, ลำใย, ส้ม, ฯลฯ 

มีขนส่งที่ให้บริการ Fruit-Delivery โดยเฉพาะ ได้แก่ Inter Express Logistics สินค้าจะต้องบรรจุใส่กล่องกระดาษของทาง บริษัท ฯ หรือกล่องสำหรับบรรจุผลไม้โดยเฉพาะ และไปรษณีย์ไทย มีบริการใหม่ที่ช่วยเหลือเกษตรกร นั่นก็คือส่งแบบเหมาจ่ายผลไม้ตามฤดูกาลแบบ EMS ในราคาพิเศษ  ซึ่งทั้ง 2 บริษัทขนส่งนี้มีอัตราเริ่มต้นที่น้ำหนักไม่เกิน 3 กิโลกรัม ในราคา 50 บาท โดยจะถึงมือผู้รับได้ภายในเวลา 1-2 วันทำการเหมือนกัน ทำให้เข้าถึงลูกค้าจำนวนมากได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง  ซึ่งสมัยก่อนการส่งผลไม้อาจจะติดปัญหาค่าขนส่งที่สูงเนื่องจากน้ำหนัก แต่ปัจจุบันมีค่าขนส่งที่ถูกลงกว่าเดิมมาก

5. ธุรกิจของผู้ประกอบการขนาดกลางหรือขนาดใหญ่

โรงงาน คลังสินค้า เหมาะกับการขนส่งออนดีมานด์ (On-demand) หรือแบบเหมาคัน เหมาะกับการกระจายสินค้าและขนส่งของจำนวนมาก น้ำหนักมากหรือขนย้ายของขนาดใหญ่  เป็นการเรียกรถขนส่งสินค้าเพื่อเข้ารับสินค้าตามจุดที่กำหนดและจัดส่งสินค้าไปยังปลายทาง โดยสามารถขนส่งสินค้าได้เต็มที่เพราะทั้งคันรถมีเพียงสินค้าของคุณเพียงคนเดียว ระบุเวลาและจุดรับส่งได้ตามต้องการ

ขนส่งที่ให้บริการได้แก่ เช่น Deliveree, SCG Logistics, TheLorry, Lalamove

6. ธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศ

เหมาะสำหรับสำหรับกลุ่มธุรกิจ E-Commerce ระหว่างประเทศ การขายสินค้าบน Marketplace ทั้งสำหรับบริษัทธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดย่อม

ขนส่งที่ให้บริการ ได้แก่ SME Shipping คือ ผู้ให้บริการขนส่งของด่วนระหว่างประเทศทั่วโลกผ่านบริษัทขนส่งชั้นนำ DHL Express, FedEx Express และ TNT Express มีระยะเวลานำส่งถึงประเทศปลายทางภายใน 2 – 7 วันทำการ และให้บริการ 1 Day Delivery จัดส่งสินค้าได้ภายในวันเดียวสำหรับประเทศปลายทางที่เป็นศูนย์กระจายสินค้าหลักซึ่งมีอยู่กว่า 10 ประเทศทั่วโลก โดยให้บริการครอบคลุมทุกการขนส่งทุกช่องทางทั้งทางอากาศ, ทางบก และทางทะเล ซึ่งมีความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด 

การพิจารณาในการเลือกบริษัทขนส่ง

หลังจากที่ทราบว่าบริษัทขนส่งมีอะไรบ้างไปแล้ว ควรพิจารณาในการเลือกบริษัทขนส่งต่าง ๆ ดังนี้

  • ประเภทของสินค้าที่ขนส่ง ของกิจการ ได้แก่ จดหมาย-พัสดุทั่วไป เบเกอรี่-เครื่องดื่ม สินค้าแช่แข็ง และผลไม้ ซึ่งควรหาบริษัทขนส่งที่ให้บริการเฉพาะ โดยเฉพาะสินค้าไม่สามารถค้างคืนได้นาน เนื่องจากป้องกันปัญหาที่อาจเกิดความล่าช้าจากการขนส่งที่ไม่คาดคิด ปัจจุบันบริษัทขนส่งของส่วนมากมักไม่รับขนส่งเค้กหรือขนมเบเกอรี่เพราะจัดส่งยาก และมีโอกาสเกิดความเสียหายระหว่างการส่งสูง แต่ก็มีขนส่งอย่าง Food Grade Delivery ที่ให้บริการขนส่งอาหารโดยเฉพาะ ซึ่งจะดูแลสินค้าเป็นอย่างดี ไม่โยนสินค้า มีบริการควบคุมอุณหภูมิ 
  • ค่าบริการขนส่ง ถือเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งในการทำธุรกิจ ควรเลือกผู้ให้บริการที่คิดค่าบริการที่มีมาตรฐานและอัตราค่าบริการสมเหตุสมผล นอกจากนี้อาจพิจารณาในเรื่องโปรโมชั่นและส่วนลดต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด
  • คุณภาพในการให้บริการ จัดส่งสินค้ารวดเร็วและมีมาตรฐาน โดยสินค้าที่ขนส่งไปต้องมีคุณภาพดีไม่เสียหาย ซึ่งสามารถประเมินได้โดยการสอบถามความพึงพอใจของลูกค้าที่ได้รับสินค้า หารีวิวเพิ่มเติมจากทางอินเทอร์เน็ต หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของบริษัทขนส่งนั้นโดยตรง
  • บริการเสริม ที่นอกเหนือจากความรวดเร็ว เป็นบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจ เช่น บริการรถรับส่งของถึงที่โดยสามารถเรียกผ่านทางแอพพลิเคชัน บริการช่วยยกสินค้า  หรือบริการเก็บเงินปลายทาง (COD)
  • การรับประกันความเสียหาย ควรมีเจ้าหน้าที่ที่สามารถติดต่อได้ง่ายหากเกิดปัญหาด้านการขนส่ง เพราะสินค้าหรือสิ่งของที่ขนส่งนั้นมีต้นทุน หากเกิดความเสียหายหรือสูญหายอาจส่งผลกระทบกับธุรกิจได้ไม่มากก็น้อย ธุรกิจควรเลือกบริษัทขนส่งที่มีการรับประกันความเสียหายหรือสินค้าสูญหาย

ปัจจุบันธุรกิจการขนส่ง (Logistic) มีให้เลือกใช้บริการที่หลากหลาย โดยที่แต่ละรายมีบริการขนส่งและค่าบริการที่แตกต่างกัน ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันกันที่ค่อนข้างสูง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ทำให้ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการและลูกค้ารายย่อยเพราะมีโอกาสในการเลือกใช้บริการที่ดีและมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้ผู้ประกอบการควรศึกษาและเลือกบริษัทขนส่งที่เหมาะกับธุรกิจของตัวเองเพื่อให้การขนส่งนั้นคุ้มค่ามากที่สุด

สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/