ธุรกิจ SME ทำ “การตลาดแบบกองโจร” ไม่ทุ่มเงินแต่ทุ่มไอเดีย

ธุรกิจ SME ทำ "การตลาดแบบกองโจร" ไม่ทุ่มเงินแต่ทุ่มไอเดีย

“การตลาดแบบกองโจร” ไม่ทุ่มเงินแต่ทุ่มไอเดีย

ด้วยภาวะเศรษฐกิจและภาวะการแข่งขันที่สูงมากในปัจจุบัน ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กอย่างธุรกิจ SME นั้นต้องหาวิธีการในการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก หรือที่เรียกว่าเป็นการสร้าง Brand Awareness แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับธุรกิจ SME ที่จะนำเงินมาทุ่มกับการทำการตลาด แล้วถ้าหากต้องการทำธุรกิจให้เป็นที่รู้จักด้วยงบประมาณที่จำกัด  แต่ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้มาก  วันนี้ Credit OK ขอพาผู้อ่านมาทำความรู้จักกับการทำ “การตลาดแบบกองโจร” ซึ่งคำว่า “กองโจร” อาจดูเหมือนรุนแรง ต้องมีการต่อสู้หรือขัดแย้งกันรึป่าว แต่อันที่จริงแล้ว การตลาดแบบกองโจร มันคือรูปแบบการตลาดที่แหวกแนวมาก เป็นการเพิ่มการรับรู้แบรนด์ถึงผู้คนจำนวนมาก ไปทำความรู้จักวิธีทำการตลาดแบบนี้ให้มากกว่าเดิมกันเลยดีกว่าค่ะ

ทำความรู้จักกับการตลาดแบบกองโจร

ทำความรู้จักกับการตลาดแบบกองโจร (Guerrilla Marketing)

การตลาดแบบกองโจร หรือเรียกภาษาอังกฤษว่า “Guerrilla Marketing”  ที่มีมาตั้งแต่ยุคปี 80 ที่ใช้กลยุทธ์แบบซุ่มโจมตี การระดมพล รวมทั้งการสร้างความประหลาดใจด้วยวิธีการต่างๆ ที่ถอดรูปแบบมาจากสงครามกองโจรในอดีตที่ใช้พลเรือนติดอาวุธในการต่อสู้ โดยการตลาดแบบกองโจร (Guerrilla Marketing) 

เป็นกลยุทธ์ที่นิยามได้ว่า “ทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าสนใจสินค้าหรือบริการของเราอย่างรวดเร็วที่สุด ด้วยงบประมาณที่น้อยที่สุดหรือไม่ใช้เลย” มีจุดเด่นที่การใช้งบประมาณที่น้อย แต่สามารถสร้าง impact ได้อย่างกว้างขวาง 

ซึ่งการทำการตลาดแบบกองโจรต้องใช้ทั้งพลังงาน ความ Creative  และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความประหลาดใจ ดึงดูดผู้คนโดยไม่คาดคิดในระหว่างกิจวัตรประจำวันของพวกเขา  จนเกิดเป็นการบอกปากต่อปาก และเป็นกระแสสังคมขึ้นมาได้ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการทำการตลาดที่ผู้ประกอบการ SME สามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจโดยไม่ต้องทุ่มงบไปกับการทำการตลาดมากมาย

ประเภทของ Guerrilla Marketing

  • แบบ Outdoor ที่ใช้สภาพแวดล้อมภายนอกที่เกี่ยวข้องมาปรับใช้ในการทำโฆษณาและกิจกรรมทางการตลาด เช่น การสร้างเป็นรูปปั้นเด่นๆ ขยับตัวได้ การทาสีหรือวาดภาพตามทางเดินต่างๆ อย่างเช่น  McDonald’s ในอเมริกา ที่เปลี่ยนทางม้าลายสีเหลืองเป็นเฟรนช์ฟรายส์ของตัวเอง
  • แบบ Indoor เป็นการทำโฆษณาหรือกิจกรรมทางการตลาดในร้านค้า ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน สถานศึกษาต่างๆ
  • แบบจู่โจมตามอีเว้นท์ ด้วยการเข้าไปโปรโมทสินค้าหรือบริการตามงานแข่งขันกีฬา คอนเสิร์ตต่างๆ ที่เป็นการแอบเนียนเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของงาน
  • แบบสร้างประสบการณ์ เป็นการรวมทุกรูปแบบของกลยุทธ์ Guerrilla Marketing ที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ของธุรกิจ

3 ตัวอย่างธุรกิจที่เคยใช้การตลาดแบบกองโจร

3 ตัวอย่างธุรกิจที่เคยใช้การตลาดแบบกองโจร (Guerrilla Marketing)
  • ไอศกรีมกูลิโกะ” ในสมัยที่ไอศกรีมกูลิโกะเริ่มวางขายในไทยใหม่ๆและหาซื้อยาก บริษัท กูลิโกะได้ทำการตลาดที่สร้างสรรค์และใช้ทุนน้อย  ด้วยการที่ผลิตด้วยจำนวนจำกัด อีกทั้งยังเลือกไปขายในสถานที่ที่เฉพาะเจาะจง ไม่ได้ซื้อได้ทั่วไป ทำให้กลายเป็นสินค้าหายาก ผู้บริโภคอยากกินก็ต้องตามหาซื้อตามพิกัด ผ่านการบอกต่อๆของผู้คน จนทำให้เกิด Brand Awareness แล้วมีลูกค้าได้ลองชิมต่างบอกกันเป็นเสียงเดียว ราคาไม่แพง ในคุณภาพไอศกรีมญี่ปุ่น จึงทำให้ไอศกรีมกูลิโกะยังคงมีชื่อเสียงและขายดีมาจนถึงปัจจุบัน
  • สายการบิน Nok Air VS Airasia

เมื่อตอนที่สายการบิน Airasia ใช้ ณเดชน์เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสายการบิน และขึ้นป้ายโฆษณาที่อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งพร้อมโฆษณาว่า “ณเดชน์ติดใจแอร์เอเชีย”หลังจากนั้นไม่นานก็มีป้ายโฆษณาของสายการบิน Nok Air ก็ทำการตลาดแบบกองโจร มาขึ้นป้ายโฆษณาต่อที่อาคารข้างๆ พร้อมข้อความ “แต่ขึ้นนกแอร์” จนมีคนถ่ายภาพและแชร์ต่อๆ กันจนเป็นไวรัลในโลกโซเชียลมีเดียได้

  • ศึกไก่ทอด KFC VS Swensen’s

จุดเริ่มต้นมาจากการที่ Swensen’s ออกมาประกาศขาย ‘ไอศกรีมไก่ทอด’ เมนูที่มีทั้งภาพลักษณ์และคำบรรยายที่สร้างสรรค์และไม่เหมือนที่ไหนๆ ว่า ไก่ทอดที่ละลายได้และสามารถกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก #อร่อยจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก และเมื่อ KFC เห็นก็ออกมาทำโฆษณาพร้อมกับโพสต์ในเพจของตัวเองว่า “ของจริง ไม่ต้องพูดเยอะ KFC ไก่ที่ไม่มีวันละลาย” และเกิดการแซวกลับกันไปมา ทำให้ทั้ง 2 แบรนด์นั้นประสบความสำเร็จในการทำให้ลูกค้าสนใจในสินค้า ลูกค้าก็รู้สึกสนุกไปด้วย ไม่ได้เป็นการแข่งขันในเชิงลบ Win-win กันทั้ง 2 แบรนด์ จนทำให้สินค้าขายหมดเกลี้ยงภายใน 1 ซึ่งเร็วกว่าที่ Swensen’s ประเมินไว้ว่าจะขายอยู่ราว 2 สัปดาห์ด้วยกัน 

ข้อดีและข้อสังเกตการตลาดแบบกองโจร (Guerrilla Marketing)

ข้อดีและข้อสังเกตการตลาดแบบกองโจร (Guerrilla Marketing)

ข้อดี

  • กระตุ้นยอดขายได้ จุดเริ่มต้นของไอเดียที่เกิดขึ้นมักจะสร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์ ช่วยกระตุ้นยอดขายธุรกิจที่นิ่งหรือซบเซาได้ และในบางครั้งก็สามารถช่วยระบายสินค้าค้างสต๊อกได้อีกด้วย
  • ลดค่าใช้จ่ายทางการตลาด ใช้งบประมาณในการสื่อสารน้อยลง เพราะประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาดแบบกองโจรขึ้นอยู่กับไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ โดยมุ่งความสนใจไปที่แนวคิดที่ไม่ซ้ำใครแทนงบประมาณสำหรับแคมเปญการตลาด
  • ดึงดูดความสนใจและสร้างสิ่งที่น่าจดจำ  คนส่วนใหญ่จะตกใจเมื่อเจอกับการสื่อสารการตลาดแบบกองโจรและอาจหลงใหลในแคมเปญโฆษณา และมักจะจดจำประสบการณ์และแบรนด์ของคุณได้ ทำให้ธุรกิจสามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ง่ายขึ้น

ข้อสังเกต

  • กลยุทธ์นี้อาจอยู่ได้ไม่นาน ระยะเวลาของแคมเปญไม่นานส่วนมากจะหายไปตามกระแสเนื่องจากไอเดียต่างๆ ที่ถูกคิดขึ้นมาจะสามารถจับกระแสความสนใจลูกค้าได้เป็นช่วงๆ
  • ต้องใช้ความคิดอย่างมาก โฆษณาแบบกองโจรต้องใช้เวลาในการความคิดและสร้างสรรค์แคมเปญ หากธุรกิจไม่มีเวลาพอที่จะคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับแคมเปญการตลาดของคุณ อาจใช้เครื่องมือการตลาดหรือวิธีการสื่อสารวิธีอื่นแทนเพื่อความรวดเร็วและคล่องตัว
  • ไม่ควรใช้บ่อย หากธุรกิจใช้วิธีการสื่อสารการตลาดแบบกองโจรมากเกินไป ลูกค้าก็อาจจะไม่สามารถรับรู้ถึงตัวตนของแบรนด์จริงๆ หรือลูกค้าอาจจับทางได้ จนเหลือแต่ความทรงจำตามกระแสที่แบรนด์ได้สร้างเอาไว้เหมือนกับแบรนด์อื่นๆ

จะเห็นได้ว่ากลยุทธ์การตลาดแบบกองโจร (Guerrilla Marketing) จะเน้นไปที่การใช้ไอเดียที่สร้างความแปลกให้ ให้คนอยากรู้อยากลอง จนเกิดการบอกต่อกัน และแม้จะต้องใช้งบประมาณในการทำอยู่บ้าง แต่ก็น้อยกว่าการสร้างแคมเปญใหญ่ๆ อลังการแน่นอน   เพราะการทำธุรกิจก็มีความเสี่ยงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เช่นเดียวกับหลักการของการตลาดแบบกองโจร ที่ต้องกล้าคิด กล้าเสี่ยงที่ทำให้กลยุทธ์นี้น่าสนใจ  ดังนั้นหากผู้ประกอบการสามารถค้นหาความต้องการเหล่านี้แล้วเอาชนะใจพวกเขาด้วยไอเดียที่สร้างสรรค์ ผู้ประกอบการก็สามารถครองส่วนแบ่งตลาดส่วนนี้ได้ไม่ยาก

ที่มา

https://blog.hubspot.com

https://www.fool.com

สามารถดูหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทางเหล่านี้ได้เลย 

เว็บไซต์ : www.creditok.co 

บทความอื่นเพิ่มเติม : https://blog.creditok.co/

Line Official : @creditok