เปลี่ยนตัวเองให้เป็น Version ที่ดีขึ้น ด้วยการพัฒนา (Growth) Mindset

เปลี่ยนตัวเองให้เป็น Version ที่ดีขึ้น ด้วยการพัฒนา (Growth) Mindset

เปลี่ยนตัวเองให้เป็น Version ที่ดีขึ้น

การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ SME นั้นไม่ง่ายเลย ต้องรับผิดชอบทั้งความสำเร็จหรือความล้มเหลว ในหนึ่งวันอาจต้องมีการตัดสินใจหลายอย่าง ที่ทั้งน่าตื่นเต้นและท้าทาย รวมถึงงานในกิจวัตรประจำวันในการดำเนินธุรกิจของคุณอาจล้นหลาม จนไม่มีที่สิ้นสุดของสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน จนถึงจุดที่หลายๆ คนมองข้ามไป จนกลายมาเป็นสิ่งที่ค่อนข้างกดดัน  ดังนั้น ผู้ประกอบการควรที่จะต้องพัฒนากรอบความคิดบางอย่าง นั่นก็คือกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth mindset) ที่สามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อการ “เติบโต” ของธุรกิจ เพราะในขณะที่ผู้ประกอบการบางคนที่มีกรอบความคิดแบบตายตัว อาจจมอยู่กับความล้มเหลวและอาจทำให้ยอมแพ้ได้  ในครั้งนี้ Credit OK จะพามาดู 5 วิธีที่ผู้ประกอบการสามารถพัฒนากรอบความคิด เพื่อที่จะสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

5 วิธีเปลี่ยนตัวเองให้เป็น Version ที่ดีขึ้น สำหรับผู้ประกอบการ SME

1. ยืดหยุ่น พร้อมรับความท้าทาย

ในโลกของการทำธุรกิจ ย่อมต้องเผชิญกับวิกฤตหลายระดับ แต่ทุกอุปสรรค ทุกปัญหาที่พบเจอ มักมีทางออกที่เราต้องหาให้เจอ และในฐานะผู้ประกอบการ หากคุณหลีกเลี่ยงความท้าทาย คุณจะไม่มีวันเติบโต หากคุณยึดติดอยู่ในกรอบเดิมๆ เกรงกลัวความผิดพลาด ไม่กล้าเสี่ยงแม้มีปัจจัยหลายๆอย่างสนับสนุนในเชิงบวก หลายๆปัญหาเหล่านี้ ทำให้ธุรกิจมีอัตราการเติบโตอย่างช้าๆ และไม่ต่อเนื่อง หากคุณสามารถเอาชนะความท้าทาย คุณอาจจะได้รับผลลัพธ์เป็นสิ่งใหม่ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบการควรมีด้านที่สดใสในการรับมือกับความท้าทาย และยืดหยุ่นพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

2. ยอมรับความล้มเหลวและเรียนรู้ที่จะเอาชนะอุปสรรค

เมื่อคุณกล้าที่จะลองทำสิ่งใหม่ที่ท้าทายก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จหรือไม่สำเร็จ สิ่งที่สำคัญคือการยอมรับกับความผิดหวัง หรือความล้มเหลวที่เกิดขึ้น  ทบทวนทุกความล้มเหลวที่พบเจอเพื่อทดลองทำครั้งต่อไปให้ดียิ่งขึ้น ในบางครั้งคุณอาจยุ่งกับการสาเหตุของความล้มเหลว และมักโทษตัวเองจนสูญเสียการเห็นคุณค่าในตัวเอง จะทำให้คุณสร้างความกลัวของการพยายาม แต่หากยอมรับความล้มเหลวและเรียนรู้วิธีจัดการความผิดพลาดที่เกิด พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสหรือคิดเกี่ยวกับสาเหตุของความล้มเหลวได้ คุณได้รับเป็นนิสัยของการเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ เพราะมันเป็นวิธีที่เราเรียนรู้ที่จะทำให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป จะช่วยให้คุณมีประสบการณ์มากขึ้นกว่าเดิม ได้พัฒนานิสัยของการล้มลงและลุกขึ้นอีกครั้ง 

3. ความพยายามเป็นสิ่งสำคัญ

ความอดทนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการที่ประสบความสำเร็จ เพราะความสำเร็จมักจะไม่เกิดขึ้นข้ามคืน อาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี  ผู้ประกอบการไม่ควรคาดหวังและมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายสูงสุดก่อน เพราะการตั้งเป้าหมายที่สูงเกินไป หากทำไม่ได้อย่างที่หวัง ระหว่างทางคุณอาจรู้สึกท้อและหมดไฟได้  ลำดับความสำคัญของเป้าหมายให้ดี อาจเริ่มจากมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายที่เล็กลงหรือง่ายต่อการบรรลุผล เมื่อทำเป้าหมายไหนสำเร็จคุณอาจฉลองก้าวเล็กๆ ก่อน แล้วเริ่มสู้กับเป้าหมายใหม่ที่ค่อยๆ ใหญ่และท้าทายขึ้น อย่าลืมที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอจนกว่าจะถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

4. ฟังคำวิจารณ์และนำไปปรับปรุง

ลูกค้า คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ และเมื่อธุรกิจของคุณเติบโตขึ้น ความคาดหวังของลูกค้าก็ยิ่งสูงขึ้น การวิจารณ์ของลูกค้าหรือจากพนักงานในองค์กรไม่ใช่เรื่องเลวร้าย หากคุณใช้คำติชมเพื่อปรับปรุงธุรกิจของคุณ แต่ในบางครั้งคำวิจารณ์ก็อาจทำร้ายจิตใจคุณ ทำให้ต้องวิเคราะห์ว่าสิ่งนั้นเป็นการติชมเพื่อพัฒนาต่อได้หรือเป็นการวิจารณ์ในเชิงลบที่นำอารมณ์ส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง หากคุณต้องการพัฒนากรอบความคิด ความคิดเห็นของลูกค้า คือสิ่งที่มีประโยชน์มากที่คุณไม่สามารถมองข้ามได้  นอกจากจะทำให้ธุรกิจสามารถเพิ่มความภักดีให้กับลูกค้าและรักษาลูกค้าเก่าได้แล้ว ธุรกิจยังสามารถนำมาใช้ในการวางแผนพัฒนาธุรกิจเพิ่มเติมอยู่เสมอ ในการสร้างสินค้าหรือบริการใหม่ ๆ ให้มีความโดดเด่น ตรงใจลูกค้าให้มากขึ้นอีกด้วย

5. นำความสำเร็จของผู้อื่นมาสร้างแรงบันดาลใจ

เพราะความสำเร็จต้องใช้แรงบันดาลใจที่ดีเป็นแรงผลักดัน แรงบันดาลใจ หมายถึง พลังทางความคิดหรือพลังทางอารมณ์ ที่ส่งผลให้เกิดพลังในการกระทำใดๆ ที่ขับเคลื่อนชีวิตและการทำงานให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่แต่ละคนตั้งความหวังไว้ และการมีแรงบันดาลใจเป็นใครสักคนที่ประสบความสำเร็จที่คุณสามารถขอคำแนะนำหรือขอความช่วยเหลือได้ หรือมองเป็นไอดอลในการนำมาเป็นแบบอย่าง  ให้บุคคลนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้คุณ  เมื่อคุณขอคำแนะนำจากผู้อื่น คุณไม่เพียงเรียนรู้จากแนวคิดของผู้อื่นเท่านั้น แต่คุณยังได้รู้จักคนใหม่ๆและทักษะทางสังคมที่ดีขึ้นด้วย

ผู้ประกอบการมักเผชิญกับกำแพงในใจของตัวเอง บางวันอาจเป็นวันที่ยากกว่าวันอื่นๆ ในการจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้น และทั้งหมดนี้ก็คือ 5 วิธีที่ผู้ประกอบการสามารถพัฒนากรอบความคิดให้ดีขึ้นได้ สิ่งที่เป็นกุญแจสำคัญให้คุณเติบโตอย่างดีขึ้นไม่ใช่พรสวรรค์ ความสามารถพิเศษ หรือทักษะ แต่เป็นวิสัยทัศน์และแนวคิดที่สร้างพลังบวกให้กับตัวของคุณได้ ยิ่งคุณสามารถสร้างความคิดแนวบวกให้ตัวเองได้มากเท่าไหร่ ยิ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและผลักดันให้คุณก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงมากขึ้น และสุดท้ายมองหาโอกาสใหม่ๆอยู่เสมอ ในวิกฤตการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น อาจมีโอกาสดีๆ ซ่อนอยู่ 

ที่มา

www.sitepoint.com