(มีการแก้ไข)

เหตุผลดี ๆ ที่ธุรกิจควรทำ “ประกันกลุ่ม” สำหรับสวัสดิการ โรงงานหรือบริษัท

ทำไมจึงควรมีประกันกลุ่ม

เหตุผลดี ๆ ที่ธุรกิจควรทำประกันกลุ่ม สำหรับสวัสดิการ โรงงานหรือบริษัท

ทำไมการทำประกันกลุ่ม หรือประกันสุขภาพกลุ่ม จึงสำคัญกับธุรกิจ ?

การทำประกันกลุ่มคือสวัสดิการอย่างหนึ่งให้พนักงาน เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจต้องให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าความรู้ หรือการเสียภาษี เพราะพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ ทำให้การดูแล มอบความเอาใจใส่ที่ดี ก็เปรียบเสมือนการสร้างหลักประกันให้แข็งแรง ซึ่งในด้านกฎหมายแรงงานพนักงานทุกคนก็จะมี ‘ประกันสังคม’ เป็นสวัสดิการที่ควรจะได้รับในขั้นพื้นฐาน แต่บางทีเพียงแค่ประกันสังคมอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะดูแลพนักงานของเราให้สมบูรณ์ได้ด้วยข้อจำกัดบางประการ ส่งผลให้การทำประกันกลุ่ม หรือประกันสุขภาพกลุ่ม เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าในฝั่งของผู้ประกอบการเองก็ยังมีคิดทบทวน หรือลังเลอยู่บ้างว่าควรทำประกันกลุ่มดีไหม 

เก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจก่อนก็ได้ แล้วเราลองมาทำความรู้จักกับประกันกลุ่ม หรือประกันสุขภาพกลุ่ม ว่าทำไมถึงมีความสำคัญต่อผู้ประกอบการ ที่จะนำไปใช้เป็นสวัสดิการ โรงงานหรือบริษัท เพื่อเป็นประโยชน์เพิ่มเติมให้แก่พนักงานทุกคน

ประกันภัยกลุ่ม คืออะไร ?

ประกันกลุ่ม คืออะไร

ประกันกลุ่ม (Group Insurance) คือ ประกันที่ให้ความคุ้มครองบุคคลจำนวนมากภายใต้กรมธรรม์ฉบับเดียว ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ ที่นายจ้างเป็นผู้ถือกรมธรรม์ไว้ เพื่อเป็นสวัสดิการ โรงงานหรือบริษัทให้กับพนักงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสัญญาประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัยแบบรายปี

โดยประกันกลุ่ม ถือเป็นสวัสดิการเพิ่มเติมที่ผู้ประกอบการสามารถเลือกที่จะทำหรือไม่ทำให้กับพนักงานก็ได้ เพราะเหตุนี้จึงเป็นที่มาของคำถามที่ว่า…การทำประกันกลุ่มสำหรับธุรกิจให้กับพนักงานนั้น มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ? ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการบางรายอาจเข้าใจว่า “ประกันกลุ่ม” เป็นสวัสดิการพนักงานที่ทำให้ธุรกิจมีต้นทุนเพิ่มขึ้น และยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้ประกอบการ SME ต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงต้องปรับใช้นโยบายรัดเข็มขัด เพื่อความอยู่รอดทั้งของธุรกิจเองและของพนักงานด้วยเช่นกัน ทำให้การให้ความสำคัญของการทำประกันกลุ่มอยู่อันดับสุดท้าย หรือกล่าวง่าย ๆ คือนายจ้างหลายคนเลือกที่จะไม่ทำนั่นเอง 

แต่ช้าก่อนผู้ประกอบการทั้งหลาย อย่าเพิ่งคิดว่า ‘ประกันกลุ่ม’ ไม่มีความจำเป็นไปซะทีเดียว…เพราะการทำประกันกลุ่มมีความสำคัญต่อเบื้องหลังการดำเนินธุรกิจของคุณอยู่ ลองคิดดูสิว่า…หากทรัพยากรบุคคลคือตัวแปรสำคัญขององค์กร แล้วพวกเขาเกิดเจ็บป่วยต่าง ๆ ขึ้นมา แปลว่าธุรกิจของคุณก็กำลังได้รับผลกระทบอยู่ด้วยนั่นเอง ทำให้การทำประกันกลุ่ม หรือประกันสุขภาพกลุ่ม ไม่ใช่เพียงแค่พนักงานเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์ ผู้ประกอบการเองก็ได้รับประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน จะมีอะไรบ้าง Credit OK มีมาบอกแล้ว

ข้อดีของการทำประกันกลุ่ม

ประกันกลุ่ม เป็นประกันที่มีอัตราเบี้ยประกันภัยต่ำลง เนื่องจากมีการถัวเฉลี่ยความเสี่ยงกันภายในกลุ่ม โดยประกันกลุ่มนั้นมีหลากหลายประเภท เช่น ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม ประกันสุขภาพกลุ่ม ประกันรถยนต์กลุ่ม ประกันชีวิตแบบกลุ่ม ฯลฯ โดยการให้ความคุ้มครองอาจแตกต่างกันออกไปตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันฯ

ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการได้รับจากการทำประกันกลุ่ม เพื่อเป็นสวัสดิการ โรงงานหรือบริษัทให้กับพนักงาน

ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการได้รับจากการทำประกันกลุ่ม เพื่อเป็นสวัสดิการพนักงาน
  • มีภาพลักษณ์ที่ดี การที่บริษัทมีประกันกลุ่ม หรือประกันสุขภาพกลุ่มให้กับพนักงาน จะเป็นอีกหนึ่งแรงดึงดูดที่ทำให้บริษัทน่าร่วมงานด้วย พร้อมทั้งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัท และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ประกอบการและพนักงาน แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญด้วยการมอบสวัสดิการที่ดีให้แก่พนักงาน 
  • พนักงานมีทัศนคติที่ดีต่อนายจ้าง ลองคิดดูสิว่าจะดีแค่ไหนหากบริษัทที่คุณทำงานด้วยมีสวัสดิการที่นอกเหนือจากประกันสังคม อย่างประกันกลุ่ม หรือประกันสุขภาพกลุ่ม ซึ่งจะทำให้พนักงานรู้สึกดีในแง่ของการดูแลเอาใจใส่ มีผลต่อการตัดสินใจย้ายงาน อาจทำให้อยู่กับคุณได้นาน ๆ  ไม่อยากหนีหรือลาออกไปไหน เพราะพนักงานรู้สึกว่าร่วมงานกับบริษัทนี้แล้วได้รับความมั่นคงในชีวิตและสุขภาพ  
  • บริหารจัดการความเสี่ยงได้เอง ผู้ประกอบการสามารถเลือกแผนประกันกลุ่มให้กับพนักงานได้ และสามารถจัดการความเสี่ยงในส่วนของงบสวัสดิการพนักงานไม่ให้บานปลายได้ เพราะได้โอนความเสี่ยงดังกล่าวไปให้บริษัทประกันเป็นผู้ดูแลบริหารจัดการ เช่น ในส่วนของค่ารักษาพยาบาล ที่นับวันแนวโน้มก็มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น 
  • ต้นทุนต่ำ ประกันกลุ่มมีอัตราเบี้ยประกันภัยต่ำกว่า เมื่อเทียบกับการทำประกันภัยรายบุคคล ซึ่งลูกจ้างจะได้รับผลประโยชน์ที่ดีกว่า จากจำนวนเบี้ยประกันภัยที่เท่ากัน 
  • ช่วยวางแผนการเงิน ผู้ประกอบการสามารถวางแผนทางการเงินได้ล่วงหน้า เพราะการทำประกันกลุ่มจะมีอัตราเบี้ยประกันภัยที่สามารถประเมินการได้ล่วงหน้า ทำให้คาดการณ์ได้ว่าแต่ละปีต้องเสียต้นทุนในส่วนนี้เท่าไหร่
  • ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ผู้ประกอบการสามารถนำค่าเบี้ยประกันภัยมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ก่อนการคำนวณภาษีเงินได้ของบริษัท

ประโยชน์ที่พนักงานจะได้รับจากประกันกลุ่ม ที่เป็นสวัสดิการ โรงงานหรือบริษัทมอบให้

ประโยชน์ที่พนักงานจะได้รับจากประกันกลุ่ม ที่เป็นสวัสดิการ
  • ได้รับความคุ้มครอง จากแผนประกันกลุ่มที่ผู้ประกอบการเลือก ทำให้พนักงานรู้สึกว่ามีหลักประกันที่มั่นคงในชีวิต เพราะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย และมีความสบายใจในการทำงานมากขึ้น
  • ได้รับสวัสดิการเพิ่มเติม การมีประกันกลุ่ม หรือประกันสุขภาพกลุ่มเป็นสวัสดิการส่วนสำคัญที่นอกเหนือจากประกันสังคม ทำให้พนักงานอุ่นใจขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเป็นสวัสดิการ โรงงาน หากในกรณีที่ลูกจ้างเสียชีวิต หรือทุพพลภาพ ครอบครัวจะได้รับเงินชดเชย ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ 
  • คุณภาพชีวิตดีขึ้น เพราะการแบกรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเองนั้นค่อนข้างสูง ซึ่งหากไม่มีประกันกลุ่ม หรือประกันสุขภาพกลุ่ม บางครั้งพนักงานก็เลือกที่จะทนรอให้อาการเจ็บป่วยนั้นหายเอง แต่เมื่อมีประกันกลุ่มเข้ามา ก็จะช่วยให้ลูกจ้างเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้น รวมถึงช่วยลดอัตราเสี่ยง และโอกาสของการเป็นโรคที่มีความร้ายแรงในอนาคต ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำงานได้เช่นกัน
  • ลดภาระค่าใช้จ่าย กรณีที่ผู้ประกอบการได้เลือกแผนประกันกลุ่มที่ให้ความคุ้มครองเมื่อพนักงานได้รับบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย ทำให้ไม่ต้องกังวลกับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีบริษัทประกันภัยเข้ามารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้แล้ว

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ประกันภัยหลากหลายให้ผู้ประกอบการได้เลือกใช้ เพื่อให้เข้ากับธุรกิจของตัวเองมากที่สุด โดยสามารถทำเป็นกลุ่มได้ ซึ่งการทำประกันกลุ่มเพื่อเป็นสวัสดิการ โรงงานหรือบริษัทให้กับพนักงาน ถือเป็นสวัสดิการที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า แต่ให้ความคุ้มครองที่ดี เมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อประกันส่วนตัวแบบรายบุคคล แม้ว่าประกันกลุ่มอาจถูกมองว่าทำให้ต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจเพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการสามารถนำค่าเบี้ยประกันภัยมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ก่อนการคำนวณภาษีเงินได้ของบริษัทได้อีกด้วย อีกทั้งยังเป็นสวัสดิการที่ดีให้กับพนักงาน สะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัท เมื่อพิจารณาถึงประโยชน์ที่ได้รับกลับมาก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างหนึ่งเลยทีเดียว

Credit OK เองก็มีผลิตภัณฑ์ “ประกันกลุ่ม” ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจ SME ไม่ว่าจะขนาดเล็ก หรือขนาดกลาง โดยที่ผู้ประกอบการสามารถเลือกแผนความคุ้มครองให้เข้ากับธุรกิจของคุณได้ สามารถติดตามรายละเอียดเร็ว ๆ นี้ได้ที่ www.creditok.co

ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/