FB เก็บค่ายิง Ads ลดหย่อนภาษีได้จริงไหม?

เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อมีรายได้ก็ต้องมีการจ่ายภาษี ภาษีเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องจ่าย ไม่ว่าจะทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งกระทรวงการคลังได้ปรับโครงสร้างภาษีออนไลน์ เช่นเดียวกับที่หลายประเทศเริ่มดำเนินการไปแล้ว โดยเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 กรมสรรพากรเรียกจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตรา 7% กับกลุ่มเว็บไซต์ Digital Agency หรือผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการต่างประเทศ เช่น Facebook, Google, Amazon, Agoda, Airbnb หรือ Netflix ฯลฯ ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับภาษีที่ผู้ประกอบการธุรกิจที่มีการขายสินค้าทางออนไลน์และคนที่ทำงานในสาย Digital 

ก่อนหน้านี้ในกรณีที่เราซื้อสินค้าหรือบริการกับบริษัทที่อยู่ในประเทศไทย เราสามารถขอ VAT มาลดหย่อนภาษีได้ แต่ในกรณีที่เราซื้อสินค้าหรือบริการกับบริษัทที่เป็นผู้ประกอบการต่างประเทศ เราจะต้องจ่ายค่า VAT ให้กับบริษัทนั้นแทน ยกตัวอย่างเช่น หากลงโฆษณา 10,000 บาท ผู้ใช้งานจะต้องจ่ายเพิ่มเป็น 10,700 บาท แต่ทาง Facebook จะไม่ได้เป็นผู้ทำการบวกภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปจากราคาค่าซื้อโฆษณา นั่นก็คือผู้ใช้งานต้องนำส่วน vat 7% หรือ 700 บาท นำส่งสรรพากรด้วยตนเอง ผู้ใช้งานต้องมีหน้าที่คำนวณและจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยตนเองเองให้กับทาง Facebook ซึ่งจะเป็นไปตามภายใต้ระบบการนำส่งภาษี ตามกฎหมายภาษีของประเทศไทย 

ธุรกิจที่ต้องมาจดทะเบียนและดำเนินการทางภาษี

5 กลุ่มหลัก  ได้แก่

  1. ธุรกิจแพลตฟอร์มให้บริการสำหรับขายของออนไลน์
  2. ธุรกิจแพลตฟอร์มให้บริการโฆษณาออนไลน์
  3. ธุรกิจแพลตฟอร์มให้บริการจองโรงแรม-ที่พักและการเดินทาง
  4. ธุรกิจแพลตฟอร์มให้บริการเป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
  5. ธุรกิจแพลตฟอร์มให้บริการสมาชิกดูหนังฟังเพลงออนไลน์ เกมส์ และแอพพลิเคชันต่าง ๆ

การดำเนินงานในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ (e-Service) ของกรมสรรพากร ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ทางกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป โดยกฎกระทรวงฯ

  • ภาษี e-Service ช่วยสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างชาติ เพราะ ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจบริการออนไลน์จะต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ในขณะที่ผู้ประกอบการต่างชาติไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • กำหนดให้ผู้ประกอบการต่างประเทศที่ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้บริการที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย และมีรายได้จากการให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาท จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบงานภาษีมูลค่าเพิ่ม 

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของผู้ใช้บริการ

  • Facebook จะไม่บวก VAT ในการซื้อโฆษณาบน Facebook 

ในช่วงซื้อโฆษณาผ่าน Facebook จะยังเป็นราคาปกติ แต่ผู้ใช้บริการจะโดนจะเรียกเก็บภาษีย้อนหลังผ่านสรรพากร

  • ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบในการประเมินตนเองและการจ่าย VAT 

ภายใต้การเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศไทย

  • VAT จะถูกเพิ่มทุกครั้งที่ผู้ใช้เรียกเก็บค่าโฆษณา 

เนื่องจากจะมีค่าบริการ ไม่ว่าจะซื้อโฆษณาบน Facebook เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือส่วนตัวก็ตาม

  • Facebook ไม่สามารถให้ข้อมูลทางภาษีได้ 

หากผู้ประกอบการมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่กรมสรรพากรได้โดยตรง

ค่ายิง Ads ใน Facebook สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ทำธุรกิจบนออนไลน์ ก็อาจจะต้องเคยมีการยิงแอดกันบ้างเพื่อเรียกลูกค้า แต่รู้ไหมคะว่าค่าใช้จ่ายบน Facebook ที่เป็นการซื้อโฆษณา สามารถนำมาใบเสร็จมาหักค่าใช้จ่ายได้ด้วย ซึ่งวิธีก่อนที่จะดึงใบเสร็จออกมาใช้ได้ เราต้องมาแยกประเภทของธุรกิจของเราก่อนว่าเป็นธุรกิจอะไร ได้แก่

บุคคลธรรมดา 

  • สามารถนำค่าโฆษณามาหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง โดยเก็บทุกใบเสร็จค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น นำมาคำนวณภาษี เช่นเดียวกับค่าโฆษณา Facebook อย่างเช่น คุณทำธุรกิจขายขนมออนไลน์ แล้วมีค่าใช้จ่ายขึ้นมาตามจริง เก็บทุกใบเสร็จที่เกิดขึ้นมาคำนวณภาษี คุณก็จะสามารถนำค่าโฆษณา Facebook มาเก็บเป็นหลักฐาน โดยตัวใบเสร็จจะต้องมีชื่อและนามสกุลหรือหลักฐานการจ่ายเงิน บันทึกไว้อย่างถูกต้อง

นิติบุคคล

  • สามารถนำค่าโฆษณาบน Facebook มาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ตามจริง โดยจะต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินค่าโฆษณา ที่ยืนยันได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อบริษัท และเป็นค่าใช้จ่ายในนามบริษัท อาจจะเป็นหมายเลขบัตรเครดิตที่เป็นชื่อกรรมการหรือเจ้าของธุรกิจเท่านั้น ถึงจะมาหักค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ภาษีเป็นเรื่องที่หนีหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราในฐานะเป็นบุคคลผู้มีรายได้ที่ถึงเกณฑ์ต้องชำระภาษี จึงไม่ควรหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีในแต่ละปี เพื่อจะได้ไม่ให้เกิดเหตุการณ์โดนค่าปรับจากการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังหรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่จ่ายก็จะมีบทลงโทษทางภาษีเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้เครดิตของเราเสียไปด้วย ถึงแม้ว่าภาษีนี้จะไม่ได้เรียกเก็บจากผู้บริโภคโดยตรง หากแต่มีผลต่อคนที่จำเป็นต้องทำธุรกิจธุรกรรมในออนไลน์ที่จำเป็นต้องศึกษาและปรับตัวให้เท่าทันกฏหมายใหม่ เพื่อที่จะได้ทำการยื่นภาษีอย่างถูกต้องทุกปีและไม่เสียสิทธิประโยชน์​

ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/