Evergreen Content vs Topical Content อันไหนที่เหมาะกับคุณ

Evergreen Content vs Topical Content อันไหนที่เหมาะกับคุณ

Evergreen Content vs Topical Content

              ในยุคนี้ที่ทุกอย่างดูจะขับเคลื่อนด้วยคอนเทนต์นั้น สังเกตได้ชัดจากกระแสจาก Tiktok Instagram Facebook และ Youtube ซึ่งเป็นช่องทางที่ผู้คนหันมาใช้ในการโฆษณาหรือลงคอนเทนต์ต่างๆ ผู้ประกอบการจึงต้องคอยติดตามและคิดกลยุทธ์เนื้อหาเกี่ยวกับการทำคอนเทนต์อยู่เสมอเพื่อให้ตามทันเทรนด์ แต่การทำคอนเทนต์ไม่ได้มีแค่เพียงรูปแบบของการเขียนบทความอย่างเดียวเท่านั้น คุณยังสามารถทำคอนเทนต์ธุรกิจในรูปแบบวิดิโอเพื่อลงแพลตฟอร์มต่างๆที่กล่าวไว้ข้างต้น ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์หลักของคุณว่าต้องการที่จะสร้าง  ธุรกิจให้เป็นที่รู้จักแบบไหน หรือต้องการทำการตลาดเพื่อดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาหาคุณ ทำให้ธุรกิจเกิดคำถามขึ้นมาว่าจะทราบได้อย่างไรว่า ต้องนำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบไหนถึงจะดี คอนเทนต์ในรูปแบบไหนจึงจะเหมาะสมกับธุรกิจของเรา? บทความนี้จะมาหาคำตอบให้คุณกันค่ะ

ก่อนอื่น Credit OK ขอแนะนำให้คุณมาทำความรู้จักเกี่ยวกับประเภทของคอนเทนต์ก่อน ซึ่งมีทั้งหมด 2 ประเภท นั้นก็คือ

1. Topical Content

Topical Content คืออะไร

             เป็นคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นแบบทันเหตุการณ์กำลังเป็นกระแสหรืออีกอย่างหนึ่งก็คือ “ข่าว” นั่นเองทำให้ผู้คนค่อนข้างที่จะให้ความสนใจเยอะ ณ ช่วงเวลานั้น ก็อีกตัวอย่างหนึ่งคือเรื่องราวเกี่ยวกับเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นเนื้อหาที่คุณสามารถเห็นได้จากเรื่องราวการแชร์ผ่าน Facebook หรือ Twitter เป็นระยะเวลา 2 – 3 วัน จนกว่าข่าวนั้นจะมีข้อมูลใหม่มาแทนที่ เพราะว่าเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับข้อมูลจากเหตุการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ เมื่อระยะเวลาผ่านไปเป็นสักระยะหนึ่ง หรือหลายๆเดือนๆ ผู้คนก็จะเริ่มให้ความสนใจน้อยลง อย่างไรก็ตามการสร้างคอนเทนต์ในรูปแบบ Topical content ก็ยังสามารถดึงดูดความสนใจได้ดีและหัวข้อคอนเทนต์ก็ยังมีผลโดยตรงกับการสร้าง Traffic ต่อเว็บไซต์อีกด้วย

Traffic คืออะไร 

Traffic ความหมายในเชิงธุรกิจคือ การเข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งเราสามารถวัดปริมาณได้จาก จำนวนคนเข้าชม หรือ จำนวนการเข้าชมเว็บไซต์ เป็นต้น ซึ่งจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ส่งผลกับการจัดอันดับบน Google Search เหมือนกัน

ข้อดี

  • ผลิตง่ายและรวดเร็ว – สามารถผลิตได้อย่างรวดเร็วและผลิตได้เป็นจำนวนมาก  เพราะเป็นบทความที่ไม่ต้องวิเคราะห์ จึงไม่ได้ใช้เวลาหาข้อมูลมากขนาดนั้น 
  • ผู้คนสนใจ – ถ้าคอนเทนต์นั้นๆ ของคุณกำลังเป็นกระแสอยู่ คอนเทนต์นั้นอาจจะสร้าง Traffic ให้คุณอย่างคาดไม่ถึงเลยก็ว่าได้

ข้อด้อย

  • มาไวและไปไว – คนจะให้ความสนใจแค่ในช่วงเวลาที่กำลังเป็นกระแส แต่พอหลังจากนั้นก็จะให้ความสนใจน้อยลง อย่างเช่น Breaking News  คนละครึ่ง & ช้อปดีมีคืน
  • ต้องเกาะติด อยู่ในกระแส – เพราะถ้าคุณช้า คอนเทนต์นั้นก็จะเป็นที่นิยมน้อยลงทันที

2. Evergreen Content

Evergreen Content คืออะไร

            เป็นคอนเทนต์ที่คนยังให้ความสนใจไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังมีประโยชน์ต่อผู้คนอยู่เสมอ บทความนี้จะเป็นบทความที่ให้ความรู้ มีคุณค่าต่อกลุ่มเป้าหมายและยังมีการอ้างอิงเพื่อสร้างความไว้วางใจอีกด้วย ซึ่งจะสามารถค้นหาได้ง่าย เช่น 7 วิธีสร้างแบรนด์จากศูนย์ ซึ่งแน่นอนว่าบทความการเริ่มทำธุรกิจก็ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีความสนใจจะเริ่มทำธุรกิจอย่างแน่นอน บทความประเภทนี้อาจจะใช้เวลาสักพักในการติดอันดับคำค้นหาหน้าแรก อย่างไรก็ตาม Evergreen Content ยังเป็นคอนเทนต์ที่ให้ความรู้ที่มีผู้คนเข้ามาศึกษาเนื้อหาอยู่เรื่อยๆ คอนเทนต์ในลักษณะนี้อาจจะทำให้เว็บของคุณไต่ระดับขึ้นมาก็ได้

ข้อดี

  • ในแง่การทำ SEO – เป็นประโยชน์ต่อ SEO เนื่องจากบทความนั้นจะเป็นที่สนใจอยู่ตลอดและถ้าเลือกคีย์เวิร์ดที่น่าสนใจก็มีโอกาสขึ้นหน้าค้นหาอีกด้วย
  • ไม่จำเป็นต้องตามกระแส – การผลิต Evergreen Content ไม่จำเป็นต้องตามกระแสขนาดนั้น เพราะว่าเป็นคอนเทนต์เป็นประโยชน์ที่ผู้คนให้ความสนใจอยู่เสมอ 

SEO คืออะไร

SEO ย่อมาจาก  Search Engine Optimize เป็นการทำเว็บไซต์ของคุณให้ติดบนหน้า Google Search เช่น แค่คุณค้นหาบทความด้วยคีย์เวิร์ดก็จะเจอเว็บไซต์ของคุณขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆในหน้าค้นหา

ข้อด้อย

  • ใช้เวลานานในการผลิต – เนื่องจากเป็นคอนเทนต์ที่ให้ความรู้จึงจะมีการคิด วิเคราะห์ในการเขียนบทความบทความหนึ่งจึงต้องใช้เวลานานกว่า Topical Contentหรือคอนเทนต์ที่เป็นไวรัล 
  • มีความยากในการผลิต – เพราะเเป็นบทความที่ต้องมีความเชี่ยวชาญด้วยและเนื้อหาก็ควรจะครอบคลุมหัวข้อ

แล้วแบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจของเรา

              แน่นอนว่าอาจมีข้อโต้เถียงเกี่ยวกับประเภทของเนื้อหาที่ดึงดูดให้ผู้คนเข้าชมมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นบทความ Evergreen Content หรือ Topical Content ทั้งสองประเภทก็ยังทำให้คุณได้เก็บเกี่ยวประโยชน์ได้ในขณะที่บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด อย่างไรก็ตามกุญแจสำคัญของกลยุทธ์นั่นคือ การทดลอง วัดผล และการค้นหาว่าแบบไหนถึงจะเหมาะที่สุดสำหรับคุณ เช่น ถ้าคุณทำธุรกิจร้านอาหาร คุณอาจจะเลือกการทำคอนเทนต์แบบ Evergreen Content เพื่อเป็นทริคให้กับคนที่กำลังสนใจธุรกิจแบบเดียวกับคุณ ในทางกลับกันถ้าคุณจะทำ Topical Content คุณก็อาจจะวิดีโอที่กำลังเป็นกระแสไวรัลมาโปรโมทธุรกิจของคุณก็ได้ เป็นต้น กลุ่มเป้าหมายของคุณก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ไม่ว่าคุณจะลงเอยด้วยเนื้อหาประเภทใด คุณยังต้องคำนึงถึงเนื้อหาทั้งหมดว่าจะเป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพต่อผู้เข้าชมจริงๆ และนี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนกลับมาดูซ้ำอีกในท้ายที่สุด

สามารถดูหรือสอบถามผ่านช่องทางเหล่านี้ได้เลย 

เว็บไซต์ : www.creditok.co 

บทความอื่นเพิ่มเติม : https://blog.creditok.co/