เช็ค 6 Soft Skills ที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Skills)

6 Soft Skills ที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Skills)

ในโลกของการทำธุรกิจและการทำงาน มีหลากหลายทักษะที่ต้องนำมาประยุกต์ใช้ ทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ซึ่งหลายคนคงเคยได้ยิน 2 คำนี้มาบ้างแล้ว

Hard Skills คือ ทักษะความรู้ ความสามารถ หรือความชำนาญที่เฉพาะทาง ความเชี่ยวชาญที่วัดได้และจับต้องได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องศึกษาและเรียนรู้ เช่น ทักษะในการบริหาร การขายสินค้าและบริการ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การตลาด การสร้างเว็บไซต์ ฯลฯ

Soft skills คือ ลักษณะอุปนิสัย คุณสมบัติด้านบุคลิกภาพและลักษณะที่วัดปริมาณได้น้อยกว่า มักจะเป็นทักษะที่เป็นนามธรรม หากเราสังเกตคนแค่เพียงผิวเผิน ก็อาจจะไม่รู้เลยก็ได้ว่าเค้ามีทักษะนั้น ๆ อยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่บางคนอาจมีอยู่ในตัวอยู่แล้วหรือได้มาจากการฝึกฝน เช่น ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสารกับผู้อื่น การปรับตัวเข้ากับสังคม การทำงานแบบทีม การจัดการอารมณ์ เป็นต้น Soft Skills จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการทำงานร่วมกัน

ซึ่งในครั้งนี้เราจะมาให้ความสำคัญกับทักษะที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานและสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะส่วนใหญ่ จำเป็นต้องอาศัยการเรียนรู้ แต่บางประเภท ก็เป็นสิ่งที่มีมาแต่กำเนิด ผู้ประกอบการจึงต้องเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามสถานการณ์การต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป  เพราะผู้ประกอบการมีปัจจัยหลายที่ต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็น ทักษะในการบริหารธุรกิจ บริหารลูกน้อง หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่าง ๆ การที่เราจะมี Soft Skills ได้จะต้องอาศัยประสบการณ์และการเรียนรู้เป็นหลัก เราจึงขอยกตัวอย่างมา 6 Skills ด้วยกัน นั่นก็คือ

6 Soft Skills ที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Skills)

1. การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ (Adaptability) 

การปรับตัวเป็นหนึ่งในทักษะที่ผู้ประกอบการทุกคนล้วนต้องใช้ทักษะนี้อยู่บ่อยครั้งในปี 2564 เพราะสถานการณ์ที่ทุกคนพยายามรับมือกับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19  ความสามารถในการปรับตัวและเอาตัวรอดให้ได้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับมุมมองในด้านต่าง ๆ ทั้งความฉลาดทางอารมณ์และสังคม ทัศนคติเชิงบวก รวมถึงการควบคุมอารมณ์ของตนเอง เมื่อเรามีทักษะในด้านการปรับตัว ทำให้สามารถพร้อมรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ ช่วยให้มองเห็นทางออกของปัญหาเพื่อที่จะปรับมุมมองใหม่หรือรับรู้อารมณ์ของผู้บริโภค ซึ่งเป็นข้อดีของคนที่มองเห็นโอกาสในการปรับตัว ในสถานการณ์ที่ทุกคนประสบกับปัญหาและเจอกับความเครียด

2.การปรับปรุงธุรกิจ (Business improvement) 

ธุรกิจล้วนมีข้อดีและข้อบกพร่องในตัวเอง ซึ่งในบางครั้งข้อบกพร่องนั้นผู้ประกอบการอาจจะมองข้ามไป ผู้ใช้งานหรือผู้บริโภคอาจเป็นคนไปเจอข้อบกพร่องนั้น ๆ เอง ซึ่งผู้ประกอบการที่ดีควรรับฟังและพร้อมที่จะยอมรับการวิจารณ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของตัวเอง และสามารถระบุปัญหาที่เกิดขึ้นได้ การศึกษาหาข้อมูลเพื่อปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจให้เข้ากับสถานการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยกว่าการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ๆ อย่างเช่น การเปลี่ยนมาทำการตลาดออนไลน์ การออกแบบแพคเกจบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับการขนส่ง หรือแม้กระทั่งปรับแผนธุรกิจหรือบริษัทให้ไปในทิศทางใหม่ที่ดีขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไม่ควรละเลยที่จะแก้ไขหรือปรับปรุงให้ดีขึ้น อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจได้เจอกับอะไรใหม่ ๆ หรือได้กลุ่มเป้าหมายใหม่เข้ามา

3. คิดสร้างสรรค์และคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Creative and Critical thinking)

ความคิดสร้างสรรค์และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เป็นทักษะที่ยิ่งใครมีก็ยิ่งได้เปรียบ ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวข้องกับการสร้างแนวคิด ในขณะที่การคิดอย่างมีวิจารณญาณเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ ขณะที่ทุกธุรกิจต้องปรับตัวเข้าใหม่กับเพื่อเผชิญกับสถานการณ์ Pandemic การพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้ได้ผลกำไรท่ามกลางการระบาดใหญ่เป็นเรื่องที่ยาก และด้วยการพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรวดเร็ว ความคิดสร้างสรรค์และการคิดอย่างมีวิจารณญาณก็ยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้น คนที่มีทักษะด้านนี้ จะสามารถเสนอทางออกที่ดีที่สุดในการทำงาน อย่างเช่น ถ้าเป็นผู้ประกอบการในเรื่องของอาหาร นอกจากรสชาติที่ดีแล้ว ถ้าเราใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในหน้าตาของอาหารหรือบรรจุภัณฑ์ด้วย ก็น่าจะทำให้ขายได้ดีกว่าเดิมใช่ไหมคะ คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ เมื่อเกิดปัญหาก็น่าจะหาทางเลือกได้หลายทาง ซึ่งก็น่าจะมีโอกาสให้เจอทางที่ถูกต้องได้ และแม้ว่าจะเป็นทักษะที่อาจจะไม่ถนัด แต่การฝึกฝนบ่อย ๆ ก็มีส่วนช่วยในการเพิ่มทักษะด้านนี้ อย่างเช่น แสดงออกผ่านการคิดวิธีแก้ไขปัญหา ทักษะการเขียน หรือการออกแบบต่าง ๆ

4. การสื่อสารที่ชัดเจนกว่าต่อหน้ากัน (Clear Communication Beyond Face-to-Face) 

เนื่องจากหลายธุรกิจยังคงดำเนินงานแบบ Work From Home การเป็นสื่อสารแบบไม่ได้เจอหน้ากันในปี 2564 อาจทำให้เกิดปัญหาในการสื่อสารกันได้มากขึ้น อย่างเช่น การเข้าใจไม่ตรงกันหรือเกิดการเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้ ถ้าธุรกิจมีการสื่อสารกันทางช่องทางอื่น ไม่ว่าจะเป็น การโทรศัพท์ การประชุมออนไลน์ การส่งข้อความ อีเมลล์ หรืออื่น ๆ ควรสื่อสารกันให้ชัดเจน ต้องมีความชัดเจนในการสื่อสารทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและด้วยคำพูด  บอกความต้องการในการสื่อสารแต่ละครั้งและอาจมีการถามความเข้าใจจากผู้รับสารอีกครั้งให้แน่ใจ เพื่อลดปัญหาการสื่อสารที่ผิดพลาด ทักษะการสื่อสารเป็นอีกทักษะที่ไม่ควรจะละเลย ทั้งต่อพนักงานและกลุ่มลูกค้าของธุรกิจ ความชัดเจนในการสื่อสารจึงเป็นทักษะที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง

5. การมีตัวแทน (Delegation)

เป็นหนึ่งในทักษะทางธุรกิจที่สำคัญ ผู้ประกอบการสามารถควรนำมาปรับใช้ เพราะที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่และความรับผิดชอบหลายอย่างที่ต้องดูแลเป็นอย่างมาก  และควรพยายามแยกงานและชีวิตส่วนตัวของออกจากกัน ควรระมัดระวังไม่ให้มีภาระที่หนักเกินไป ซึ่งอาจส่งผลเสียถ้ามีหลายอย่างที่ต้องรับผิดชอบที่มากเกินไป  การมอบหมายงานให้กับพนักงาน ช่วยให้ผู้ประกอบการมีเวลาและพลังงานมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น นอกจากนี้การกระจายความรับผิดชอบให้ทั่วถึงพนักงานทุกคนยังแสดงให้พนักงานเห็นว่า ผู้ประกอบการการมีความเชื่อใจเสมือนกับเป็นการส่งเสริมแรงจูงใจให้กับพนักงาน

6. ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence)

ความฉลาดทางอารมณ์ หมายถึง ความสามารถในการจัดการอารมณ์ความรู้สึกทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการทำงาน การปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความอ่อนไหวและเห็นอกเห็นใจผู้ทำงานร่วมกันเมื่อพวกเขาเดือดร้อนหรือเจออุปสรรคเกี่ยวกับงาน  นอกจากนี้วิธีการส่งคำติหรือคำชมโดยไม่ทำร้ายความรู้สึกของผู้อื่นก็เป็นสิ่งสำคัญ  ความฉลาดทางอารมณ์เป็นสิ่งที่แสดงตัวตนได้ในขณะที่ทำงาน ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี 2564  การมีสุขภาพจิตและอารมณ์ที่ดีเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สุดที่ผู้คนกำลังเผชิญอยู่ ผู้ประกอบการธุรกิจหลายรายคงเกิดความเครียดกับธุรกิจไปไม่น้อย ตั้งแต่ความเครียดกับเหตุการณ์ปัจจุบันไปจนถึงความกังวลเกี่ยวกับโรคติดต่อที่เกิดขึ้นต่อคนรอบข้าง หากผู้ประกอบการณ์คิดว่าตัวเองหรือธุรกิจของคุณขาดทักษะนี้ ก็สามารถเรียนรู้ที่จะปรับตัว สื่อสาร รับฟัง แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อที่จะเข้าถึงสถานการณ์ด้วยความฉลาดทางอารมณ์ได้ดีขึ้น

สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาก็คือทั้ง 6 ทักษะนี้อะไรที่เรามีหรือยังขาดอยู่บ้าง  แต่ทั้งหมดนี้คือ Skill  หรือทักษะ นั่นหมายถึงว่ายังสามารถพัฒนาได้ หากผู้ประกอบการอยากเพิ่มเติมทักษะใหม่ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น ก็สามารถเรียนรู้ ฝึกฝนและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นได้ ทักษะและทัศนคติที่ดีล้วนส่งผลดีแก่ตัวเองและเพื่อนร่วมงาน ช่วยให้เกิดการทำงานร่วมกันกับผู้อื่นได้ดีกว่าเดิม 

หากบุคลากรในธุรกิจมี Soft Skills เป็นพื้นฐาน บุคลากรในองค์กรนั้น ๆ จะกลายเป็นคนคุณภาพ เข้าอกเข้าใจลูกค้าทั้งภายในและภายนอกธุรกิจ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการเข้าใจลูกค้าและประสิทธิผลในการทำงานเพิ่มขึ้น  การนำทักษะมาปรับใช้ให้เหมาะกับการทำงานที่ต้องเจอในแต่ละวันเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ เพราะจะช่วยขับเคลื่อนให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ 

สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/