ประกันภัย ราคาถูก VS แพง ต่างกันแค่ราคาจริงหรือ ?

หากจะเลือกทำ “ประกันภัย” สักตัว หลาย ๆ คนมักจะเลือกจากราคาที่ถูกก่อนเป็นอันดับแรกใช่ไหมคะ ด้วยความคิดที่ว่า “ทำที่ไหนก็คงเหมือน ๆ กัน งั้นก็เลือกทำอันที่ถูกกว่าไม่ดีกว่าหรือจะได้นำเงินไปทำอย่างอื่น” แต่ความคิดนี้ก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะการเลือกประกันภัยดี ๆ สักตัวไม่ได้อยู่ที่ราคาอย่างเดียวแต่ยังมีปัจจัยอื่นที่ผู้ทำประกันควรพิจารณาเพิ่มเติมร่วมด้วย ในครั้งนี้เราจะมาบอกวิธีที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจในการเลือกทำประกันภัยกันค่ะ 

1. ความมั่นคงและชื่อเสียงของบริษัทประกันภัย

หากเราต้องเลือกที่จะฝากความเสี่ยงและความอุ่นใจของเราให้ใครสักคนดูแลเราคงไม่เลือกคนที่ไม่มีเครดิตหรือมีประวัติที่ไม่ดีใช่ไหมคะ เพราะหากเราเอาความเชื่อใจให้กับใครที่ไม่รู้ว่ามีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหนไปดูแลอาจจะเป็นเราเองที่ต้องเสี่ยงซะเอง ดังนั้นการเลือกทำประกันจึงควรเลือกทำกับบริษัทที่มีความมั่นคงทางการเงินสูงเพราะจะเป็นตัวรับประกันว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาเราจะได้รับความคุ้มครองตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ ซึ่งจากเหตุการณ์ไฟไหม้ในอดีตที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีผู้เสียหายที่ไม่ได้รับการชดเชยหรือคุ้มครองได้ครบ บริษัทประกันที่มีความมั่นคงไม่สูงพอจะประสบปัญหาทางการเงินทำให้ไม่สามารถให้ค่าสินไหมแก่ลูกค้าได้เรียบร้อยเพราะมีเงินทุนไม่เพียงพอ กลับกันบริษัทที่มีความมั่นคงจะจ่ายเงินค่าสินไหมได้รวดเร็วเพื่อรักษาชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของลูกค้าเอาไว้ 

2. ขอบเขตความคุ้มครอง

แน่นอนว่าหากจะเลือกประกันดี ๆ สักตัวผู้ทำประกันจำเป็นต้องพิจารณาถึงขอบเขตความคุ้มครองของประกันที่จะได้รับด้วยซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากในการทำประกัน บ่งบอกถึงสิทธิประโยชน์ที่ผู้ทำประกันจะได้รับหากเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น โดยการเลือกซื้อประกันนั้นจำเป็นต้องดูข้อตกลงให้รอบคอบก่อนว่าประกันจะคุ้มครองอะไรบ้าง ประกันที่เบี้ยประกันถูก (ราคาไม่แพง) อาจจะคุ้มครองแค่บางภัย เช่น คุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้แต่อาจจะไม่คุ้มครองภัยจากน้ำท่วม กลับกันหากทำกับประกันที่เบี้ยประกันราคาสูงขึ้นมาหน่อยอาจจะได้รับความคุ้มครองที่ดีกว่าและเหมาะกับความต้องการของเรามากกว่า เพราะประกันบางแบบอาจคุ้มครองภัยพิบัติได้ไม่กี่อย่าง เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว อีกทั้งต้องดูว่าสามารถคุ้มครองทรัพย์สินภายในสิ่งปลูกสร้างได้ทั้งหมดหรือไม่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ

3. ความสะดวกและความรวดเร็วในการเคลม

เพราะสิ่งที่ไม่คาดฝันและอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นหากจะเลือกทำประกันแล้วสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกอย่างคือความรวดเร็วและความสะดวกในการเคลม เพราะเมื่อภัยมาถึงตัวเป็นธรรมดาที่ผู้ประสบภัยต่างต้องรีบแจ้งบริษัทประกันเพื่อให้พิจารณาและจ่ายเคลมให้เร็วที่สุด เพื่อให้เรานำเงินมาซ่อมแซมธุรกิจและดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยเร็วที่สุด เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติขึ้นมา ก็จะสามารถได้รับความคุ้มครองที่สะดวกและรวดเร็วทำให้ช่วยย่นระยะเวลาที่อาจสร้างปัญหาได้ 

นี่ก็คือ 3 สิ่งหลัก ๆ ที่ผู้ทำประกันภัยควรพิจารณา เพียงแต่ผู้ทำประกันภัยอาจจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับตัวเองในราคาที่คิดว่าคุ้มค่าและเหมาะสมมากที่สุด หากผู้ใดที่กำลังสนใจอยากถ่ายโอนความเสี่ยงของธุรกิจร้านค้าของตัวเองอยู่แล้วยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากที่ไหนดีหรือยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.creditok.co 

ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/