บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) ใครได้ประโยชน์บ้าง?

บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) ใครได้ประโยชน์บ้าง ?

ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL)

ใครได้ประโยชน์บ้าง?

มีใครเคยใช้หรือเคยเห็นบริการ Buy Now Pay Later (BNPL) หรือ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” ไหมคะ ? และเมื่อสังเกตดูจะพบว่าร้านค้าในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีบริการนี้ จะทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจง่ายขึ้นในการซื้อสินค้า  แล้วมีใครเคยสงสัยไหมคะ ว่าบริการนี้จะเป็นที่นิยมจริง ๆ หรอ  แล้วถ้านำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ คุณกล้าที่จะให้ลูกค้าซื้อก่อน แล้วค่อยมาจ่ายเงินทีหลังไหม ไปทำความรู้จักบริการนี้ให้มากกว่าเดิมกันค่ะ

ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) คืออะไร ?

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่มีธุรกรรมซื้อก่อนจ่ายทีหลัง อย่างเช่น convertCASH, Dolfin, SPayLater, Thisshop ฯลฯ

ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) เป็นบริการทางการเงินทางเลือกใหม่ ที่ให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อก่อน จ่ายทีหลัง เป็นกลยุทธ์ทางการเงินที่ไม่ใช่เรื่องใหม่ กลายเป็นช่องทางชำระเงินเพิ่มเติมนอกเหนือจากผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือการชำระเงินปลายทาง ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยทำงานและวัยรุ่นที่เกิดมาก็มีเทคโนโลยีอยู่รอบตัว (Gen Z) และในขณะเดียวกันที่มีการระบาดของ Covid-19 ก็ทำให้พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคเปลี่ยนมาเป็นช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้ตลาด E-commerce เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมาก และทำให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่มี ได้รับกระแสตอบรับที่มากขึ้นเรื่อย ๆ

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่มีธุรกรรมซื้อก่อนจ่ายทีหลัง อย่างเช่น convertCASH, Dolfin PayLater, SPayLater, Thisshop ฯลฯ ซึ่งทำได้โดยตรงผ่านทางแอปพลิเคชัน 

ตามรายงานของผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยฟินเทค Kaleido Intelligence คาดการณ์ว่าในปี 2568  ในช่องทาง E-commerce ผู้บริโภคทั่วโลกจะใช้เงินจะสูงถึง 680 พันล้านดอลลาร์  ทำให้มูลค่าของการซื้อก่อนจ่ายทีหลังซึ่งเติบโตถึง 92% เมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 353 พันล้านดอลลาร์ และการวิจัยพบว่ากลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่มีการขยายช่องทางออนไลน์ (e-Retail) และ Marketplaces จะเป็นหัวใจสำคัญของกลไกการจัดหาเงินทุนทางเลือก 

ซื้อก่อนจ่ายทีหลังช่วยแก้ปัญหาคนที่ไม่มีบัตรเครดิต

ปกติการทำธุรกรรมแบ่งชำระเงิน หรือผ่อนสินค้ามักจะทำได้เฉพาะคนที่มีบัตรเครดิตเท่านั้น โดยที่ธนาคารได้เข้าไปร่วมมือกับร้านค้าต่าง ๆ ได้เข้าไปปล่อยกู้ให้กับร้านค้า และมีระบบประกันความเสี่ยงให้กับร้านค้า เป็นบริการในรูปแบบของบัตรเครดิต ทำให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งดอกเบี้ยในการปล่อยเงินกู้ของธนาคารจะขึ้นอยู่ระดับการยอมรับความเสี่ยงในการผิดนัดชำระของลูกค้า ซึ่งถือเป็นธุรกรรมสินเชื่ออย่างหนึ่ง 

แต่คนไทยส่วนมากไม่มีบัตรเครดิต ซึ่งก่อนที่จะมีธุรกรรมซื้อก่อนจ่ายทีหลัง เรามักจะเคยเห็นโปรโมชันนี้ ตามร้านรถจักรยานยนต์หรือร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยทำการตลาดว่า เพียงแค่ใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวก็ผ่อนได้ หรือจ่ายเงินดาวน์ ก็สามารถทยอยผ่อนสินค้านั้นได้ ซึ่งร้านค้าก็จะเป็นคนดำเนินการให้ทั้งหมด ซึ่งเท่ากับว่าร้านค้าเป็นฝ่ายรับความเสี่ยงเต็ม ๆ ซึ่งต่อมาธุรกิจ e-commerce ได้มีการเติบโตขึ้นอย่างมาก ทำให้แพลตฟอร์มหันมาทำธุรกรรมทางการเงินเอง นั่นก็คือ “ธุรกรรมซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” ที่ช่วยแก้ไขปัญหาที่คนไทยส่วนใหญ่ มีประวัติทางการเงินไม่เพียงพอต่อการสมัครบัตรเครดิตหรือไม่มีประวัติในเครดิตบรูโร ทำให้ไม่สามารถทำบัตรเครดิตได้ ซึ่งในการแบ่งชำระในแต่ละงวด ก็มักจะมีการบวกค่าธรรมเนียมไปในราคาของสินค้าที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนไปแล้วด้วย ซึ่งค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการแบ่งชำระและเงื่อนไขของแพลตฟอร์มนั้น ๆ 

เหตุผลที่ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) ได้รับความนิยม

  • ธุรกรรมสะดวกและใช้ง่าย โดยมีขั้นตอนการสมัครที่ง่าย อีกทั้งยังไม่มีค่าธรรมเนียม  เพียงแค่ใช้บัตรประชาชนหรือเคยซื้อของในแพลตฟอร์มนั้น ๆ อนุมัติวงเงินในการซื้อของมาให้โดยใช้เวลาในการรอไม่นาน ซึ่งต่างจากการขอสินเชื่อที่ต้องส่งเอกสารต่าง ๆ หลายขั้นตอน แล้วต้องใช้เวลาในการอนุมัติ
  • ทางเลือกของคนที่ไม่มีกำลังเงินซื้อสด เพราะในสมัยนี้ทุกคนล้วนมีภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น  เมื่อมีธุรกรรมที่สามารถแบ่งชำระเงินได้ จึงช่วยให้เขาลดภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้โดยการแบ่งจ่าย  ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้จ่าย
  • ลูกค้ารู้สึกไม่ต้องเสียเงินก้อนในการซื้อของ หรืออาจเป็นเชิงจิตวิทยาเลยก็ว่าได้ เพราะไม่มีใครอยากเห็นเงินก้อนใหญ่ในบัญชีหายไปเพียงแค่กดโอนเงิน เมื่อมีธุรกรรมซื้อก่อน แล้วค่อยจ่ายทีหลัง จึงรู้สึกทำให้ดีขึ้น ตัดสินใจง่ายขึ้น 
  • สะดวก สบาย ตอบโจทย์ ต่อทั้งร้านค้าและลูกค้า มีความยืดหยุ่นในการซื้อสินค้าและบริการผ่านอุปกรณ์มือถือ และทำให้ผู้ใช้บริการมีประสบการณ์ที่ดีในการใช้ สามารถครองใจทั้งผู้ให้บริการร้านค้าและลูกค้าผู้ใช้บริการ 

บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง เข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการใช้จ่ายและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน เพราะมีคนได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย นั่นก็คือ แพลตฟอร์มได้รับค่าธรรมเนียม ร้านค้าได้เพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขาย แต่ร้านค้าก็ต้องพิจารณาว่า ร้านค้าจะยอมแลกกับต้นทุนค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นมาหรือไม่ เพราะบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ก็เพิ่มการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ทำให้ลูกค้ามีความถี่ในการสั่งซื้อมากขึ้น  และลูกค้าได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ แบบแบ่งชำระจ่ายได้ แต่ลูกค้าก็ควรระมัดระวังในการใช้จ่ายว่าจ่ายไหวไหม เพราะเท่ากับลูกค้าเอาเงินอนาคตมาใช้ก่อน และหากไม่สามารถชำระได้ตามกำหนดก็จะเสียเครดิตและต้องเสียค่าปรับตามนโยบายของแต่ละบริษัท ฯ ที่ตกลงกันไว้ 
สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/

ที่มา www.businesswire.com