วัดระดับการยอมรับความเสี่ยงในตัวคุณ

ในยุคเศรษฐกิจที่ไม่มั่นคงอย่างนี้ การที่คุณจะได้เงินจากการทำงานอย่างเดียวอาจไม่พอ จนใครหลาย ๆ คนมักจะมองหาการหาเงินอีกหนึ่งช่องทาง โดยหวัง “ให้เงินทำงานเเทน” หรือการนำเงินไปลงทุนในช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้เงินงอกเงยออกมา

คำถามต่อมาก็คือ “จะลงทุนอะไรดี” หรือ “มีอะไรที่ลงทุนแล้วไม่เสี่ยงบ้าง” ในโลกของการลงทุน ใคร ๆ ก็อยากได้ผลตอบแทนสูงแต่ความเสี่ยงต่ำ ซึ่งในโลกของความเป็นจริงคือไม่มี ถ้าอยากได้ผลตอบแทนสูงก็ต้องยอมเสี่ยงมาก ตามหลัก “High Risk High Return” อยากปลอดภัยก็ต้องยอมรับว่าผลตอบแทนที่ได้จะน้อย และยิ่งเป็นมือใหม่หรือไม่เคยลงทุนมาก่อน ก็จะไม่รู้ว่าควรเริ่มจากอะไรดี วันนี้ทาง Credit OK จึงอยากให้คุณได้วัดระดับการยอมรับความเสี่ยงในตัวเองก่อน เพื่อที่คุณจะได้รู้ระดับการยอมรับความเสี่ยงของตัวเอ ทำให้คุณได้เจอการลงทุนที่เหมาะสมกับคุณก่อนที่นำเงินไปลงทุนกับอะไรตาม เพราะการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอ 

ประเมินความเสี่ยงที่เหมาะสมกับคุณ

ก่อนที่เราจะเริ่มลงทุน ก็ควรที่จะประเมินความเสี่ยงที่สามารถรับได้ก่อน เพราะการลงทุนเเต่ละประเภทมีความเสี่ยงที่ต่างกัน เช่น หากคุณเป็นคนรับความเสี่ยงได้น้อย เเต่เลือกลงทุนในหุ้น ซึ่งเป็นการลงทุนที่ไม่เหมาะกับคุณเนื่องจากหุ้นมีความเสี่ยงสูง ลองตอบแบบสอบถามง่าย ๆ 10 ข้อ  นั่นก็คือ แบบทดสอบระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) https://setga.page.link เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเลือกลงทุนที่คุณสนใจจะลงทุนตามความเสี่ยงที่เหมาะสม

ตัวอย่างเครื่องมือทางการเงิน ที่เหมาะกับการลงทุนในเเต่ละระดับความสามารถในการยอมรับความเสี่ยง

1. ยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำ 

หากคุณไม่ต้องการสูญเงินต้นที่ลงทุนหรือยังไม่ค่อยกล้านำเงินไปลงทุน แต่ก็อยากได้ผลตอบแทนมากกว่าเก็บเงินไว้ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เพราะในปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ลดต่ำมาก ซึ่งอาจไม่ใช่ทางเลือกของคนที่อยากได้ผลตอบแทนจากเงินต้นแล้ว จึงควรลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำ ถึงจะผลตอบแทนน้อยเเต่ก็ยังปลอดภัยกับเงินลงทุนของคุณ โดยการลงทุนที่เเนะนำ คือ

  • เงินฝากประจำ การฝากประจำมักจะให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าฝากแบบปกติ ประมาณตั้งแต่ 0.3 %- 2 % หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารและระยะเวลาขั้นต่ำในการฝาก โดยจะมีให้กำหนดฝากทุก 3,6,12 หรือ 24 เดือน  เสมือนเป็นการฝึกวินัยการออมของเรา เพราะไม่สามารถถอนได้หากยังไม่ครบระยะเวลาที่กำหนด หรือถ้าถอนก่อนกำหนดก็จะไม่ได้ดอกเบี้ยสูง ซึ่งในปัจจุบันธนาคารต่าง ๆ ก็มีโปรโมชั่นที่ให้ดอกเบี้ยในอัตราที่จูงใจออกมาอยู่หลายผลิตภัณฑ์ให้ได้เลือก
  • สลากออมทรัพย์ มีโอกาสจะได้รับกำไรก้อนโตโดยไม่ต้องเสียเงินต้น ทำให้ผู้ซื้อเกิดความพึงพอใจเมื่อได้รับรางวัลพิเศษจากหมายเลขบนสลาก โดยจะมีระยะเวลาในการถือหน่วยลงทุนขั้นต่ำ ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนรวมเมื่อครบอายุสลากและผลตอบแทนเมื่อถูกรางวัลเลขท้ายมีตั้งแต่ 0% – 1.12% ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในแต่ละธนาคาร การสะสมสลากออมทรัพย์มีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็มากกว่าการฝากประจำนิดหน่อย แม้จะไม่พลาดไม่ถูกรางวัลใด ๆ ก็ตาม 
  • กองทุนตราสารหนี้ ผลตอบแทนจะไม่ได้ในรูปแบบของดอกเบี้ยแต่จะได้จากกำไรจากส่วนต่างของราคาซื้อขายและเงินปันผล อัตราผลตอบแทนค่อนข้างสูงกว่าเงินฝากประจำแต่ก็มีความเสี่ยงมากกว่า ซึ่งเหมาะกับการกระจายความเสี่ยงเพราะคุณสามารถกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ที่หลากหลาย เเละซื้อขายได้โดยไม่ต้องรอวันครบกำหนดอายุ แบ่งได้ 2 ประเภท คือ ตราสารหนี้ภาครัฐ เช่น พันธบัตรรัฐบาล, พันธบัตรธนาคารเเห่งประเทศไทย เเละตราสารหนี้ภาคเอกชน เช่น หุ้นกู้ ตั๋วเเลกเงิน ซึ่งกองทุนรวมตราสารหนี้รัฐบาลจะมีความเสี่ยงต่ำสุด
  • กองทุนรวมตลาดเงิน  เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการพักเงินและไม่ต้องการสูญเสียเงินต้น เป็นการลงทุน อย่างเช่น เงินฝาก ตั๋วเงินคลัง ตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี มีความเสี่ยงต่ำเพราะเน้นลงทุนในเงินฝากของธนาคารแต่ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์   ผลตอบแทนประมาณตั้งแต่ 0.4 % – 2 % ขึ้นอยู่กับแต่ละกองทุน
  • ประกันชีวิตที่เน้นการออมทรัพย์ มีรูปแบบกรมธรรม์เน้นผลตอบแทนตามที่กรมธรรม์ระบุไว้มากกว่าความคุ้มครอง และหากมีระยะเวลาคุ้มครองครบ 10 ปีขึ้นไป สามารถนำค่าเบี้ยประกันไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้สูงสุด 100,000 บาท/ปี 

2. ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลาง

หากคุณยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง ยอมรับผลขาดทุนได้ในบางโอกาส แต่ต้องไม่มากจนเกินไปเพื่อแลกกับโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากธนาคาร   โดยการลงทุนที่เเนะนำ คือ

  • หุ้นกู้ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือดี ๆ รวมถึงพันธบัตรระยะปานกลางหรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ แม้จะมีความผันผวนบ้างในระยะสั้น แต่ก็ได้รับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ
  • กองทุนรวมผสม เป็นกองทุนที่ลงทุนทั้งในตราสารหนี้และหุ้นผสมกัน สามารถเลือกลงทุนได้หลากหลาย แต่จะต้องมีสัดส่วนการลงทุน คือ ตราสารทุนไม่น้อยกว่า 35% แต่ต้องไม่เกิน 65% ของหน่วยลงทุนนั้น  เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลาง หากอยากกระจายความเสี่ยงเเต่ผลตอบเเทนยังสูงอยู่ ถือเป็นตัวเลือกที่น่าลงทุน
  • กองทุน RMF หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เหมาะกับผู้ที่มีรายได้และต้องการลดหย่อนภาษี เพราะเห็นกองทุนที่สร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาว โดยกองทุน RMF สามารถลดหย่อนได้ 30 เปอร์เซ็น ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท และเมื่อถือ RMF มาครบกำหนด เงินที่ได้จากการลงทุนยังได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย เป็นกองทุนที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากวางแผนชีวิตการเงินระยะยาว

3. ยอมรับความเสี่ยงได้สูง

หากคุณมองเห็นโอกาสในการได้รับผลตอบเเทนที่สูงและพร้อมยอมรับกับความเสี่ยงที่สูงด้วยเช่นกัน มักไม่กังวลกับความผันผวนที่เกิดขึ้นระหว่างการลงทุนเท่าไหร่ อาจลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว ซึ่งอาจผันผวนสูงในระยะสั้น ๆ หากเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานดีย่อมได้รับผลตอบแทนที่สมเหตุสมผลแน่นอน ซึ่งต้องควรศึกษาให้ดีและรอบคอบก่อนการลงทุนด้วย  อย่างเช่น 

  • หุ้น ความยากคือการวิเคราะห์ว่า “หุ้นตัวไหนได้ผลตอบเเทนที่สุด” หากใครที่พึ่งเริ่มลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อน เพราะเสี่ยงมากกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่น ตลาดมีความผันผวน แต่นอกจากนี้คือสามารถถือได้นานตามที่คุณต้องการ 
  • หลักทรัพย์ต่างประเทศ หุ้นต่างประเทศหรือหลักทรัพย์สกุลเงินตราต่างประเทศ ซึ่งก็จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงในเรื่องเสถียรภาพและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง การเงิน กฎหมาย และสถานการณ์ของประเทศนั้น ๆ ซึ่งมีผลทำให้อาจสูญเสียเงินลงทุนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนได้ แต่ถ้าได้รับผลตอบแทนก็ได้ในอัตราที่สูง
  • กองทุนรวมตราสารทุน กองทุนที่ลงทุนในตราสารทุนประเภทต่าง ๆ ได้แก่ หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหลักทรัพย์ (Warrant) รวมถึงหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น ๆ เน้นลงทุนในหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เหมาะกับผู้ที่ชอบการลงทุนในหุ้นแต่ไม่มีเวลาบริหารการลงทุน
  • กองทุนรวมตามหมวดอุตสาหกรรม เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีธุรกิจประเภทเดียวกัน เฉพาะกลุ่มธุรกิจใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เช่น หุ้นธนาคาร หุ้นสื่อสาร หุ้นโรงพยาบาล ฯลฯ ซึ่งจะมีความเสี่ยงสูง เพราะเป็นการลงทุนแบบกระจุกตัว แต่ถ้าได้รับผลตอบแทนก็ได้สูงด้วยเช่นเดียวกัน
  • สินทรัพย์ทางเลือก เป็นการลงทุนในสินทรัพย์เฉพาะกลุ่มที่นอกเหนือจากสินทรัพย์พื้นฐาน เช่น ทองคำ เงิน ทองแดง น้ำมัน อสังหาริมทรัพย์หรือสินค้าทางเกษตร ซึ่งมีข้อดีคือมีกระจายความเสี่ยง เนื่องจากไม่มีการแปรผันโดยตรงกับราคาของตราสารทุน หรือตราสารหนี้ แต่ผู้ลงทุนต้องมีความเข้าใจในสินทรัพย์นั้น ๆ เพื่อลดโอกาสในการขาดทุน เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์อื่น ๆ
  • คริปโทเคอร์เรนซี คือ สกุลเงินดิจิทัลหรือสินทรัพย์ดิจิทัลในโลกยุคใหม่ หรือที่ใครหลายคนคุ้นกันในชื่อของ “บิตคอยน์” เป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนชอบความท้าทาย  มีราคากลางในการซื้อขาย ราคาผันผวนและแปรผันตามกลไกตลาด ทำให้ผลตอบแทนสูงและความเสี่ยงก็สูงมากด้วยเช่นกัน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนซื้อขาย 

ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกลงทุนได้ด้วยเงินของตัวเอง  แต่ก็ควรที่จะศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ดีก่อนลงทุนไปยังสินทรัพย์นั้น ๆ อย่างเช่น การซื้อกองทุนรวมก็มีสิทธิ์ที่จะขาดทุนได้ ซึ่งคุณควรเลือกผู้แนะนำที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น ผู้แนะนำการลงทุนที่ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อที่จะได้รับคำแนะนำอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงของตัวเอง การลงทุนที่อยู่ในระดับที่คุณสามารถยอมรับความเสี่ยงได้ เป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยให้คุณวางเเผนการเงินได้มีประสิทธิภาพขึ้น การรู้จักตัวเอง ประเมินระดับการยอมรับความเสี่ยงของตัวเองเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้การประเมินความเสี่ยงทั้งในเรื่องชีวิตการงาน สุขภาพ และชีวิตก็สำคัญไม่น้อยกว่ากัน เพราะทุกคนที่ลงทุนก็ล้วนที่จะอยากมีความมั่งคั่งและมั่นคงในชีวิต ยิ่งในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่ไม่นอนแบบนี้ เศรษฐกิจมีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลต่อตลาดการเงินในประเทศไทย สิ่งสำคัญคือการศึกษาให้ดีและมีความรู้ก่อนการลงทุนในสินทรัพย์นั้น ๆ และติดตามข้อมูลสินทรัพย์ที่คุณถืออยู่เรื่อย ๆ  Credit OK ขอให้ผู้อ่านประสบความสำเร็จในการลงทุนภายใต้ความเสี่ยงต่าง ๆ ไม่ว่าระดับใดก็ตามนะคะ

สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/