7 วิธีสร้างแบรนด์จากศูนย์

7 วิธีสร้างแบรนด์จากศูนย์ ให้มีเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่แข็งแกร่งสำหรับธุรกิจ

สร้างแบรนด์จากศูนย์

การเริ่มสร้างแบรนด์จากศูนย์ ให้มีความโดดเด่นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ มีคำถามใหม่ ๆ เกิดขึ้นระหว่างทางเกี่ยวกับวิธีในการเชื่อมโยงระหว่างสินค้ากับกลุ่มเป้าหมาย เพราะอะไรที่เริ่มต้นจากศูนย์มักเป็นสิ่งที่ยากเสมอ แล้วแบรนด์ที่ดีควรจะมีลักษณะอย่างไร ควรทำให้คนรู้สึกอย่างไร? แล้วจะสะท้อนกับกลุ่มเป้าหมายได้หรือไม่? ไม่ว่าคุณจะไม่มีอะไรนอกจากแนวคิดทางธุรกิจหรือต้องการปรับปรุงแบรนด์ใหม่ บทความนี้อาจช่วยคุณได้ เกี่ยวกับการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่แข็งแกร่งสำหรับธุรกิจของคุณ

จริง ๆ แล้วแบรนด์ควรเป็นอย่างไร ?

แบรนด์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อที่เป็นที่รู้จักหรือโลโก้ทั่ว ๆ ไป การนำเสนอภาพลักษณ์ตัวตนของคุณให้คนอื่นรับรู้ เพื่อให้เกิดการจดจำที่ดีต่อแบรนด์ได้ ยิ่งในยุคปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูงมาก แต่ละแบรนด์ก็จะมีความต่างกันไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ สไตล์ วิธีการสื่อสาร เป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคที่แตกต่างกัน การสร้างแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยความสม่ำเสมอ อาจเริ่มต้นสร้างแบรนด์จากความรู้สึกที่คุณต้องการให้มันเกิดขึ้น ให้ส่งผลต่อการรับรู้ของผู้บริโภค

  • ต้องรู้ว่าตัวเองกำลังทำธุรกิจอะไรอยู่
  • ใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปในแบรนด์สินค้า

แบรนด์ คือ สิ่งผู้บริโภคสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นความประทับใจที่คุณสามารถควบคุมได้หรือไม่สามารถควบคุมได้

วิธีสร้างแบรนด์ได้ใน 7 ขั้นตอน

แต่ละแบรนด์จะมีภาพลักษณ์ สไตล์ การสื่อสาร ที่ต่างกันและเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคที่แตกต่างกัน

1. วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและคู่แข่ง

ก่อนที่คุณจะเริ่มตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ธุรกิจ ต้องทำความเข้าใจตลาดในปัจจุบัน ว่าใครมีโอกาสเป็นลูกค้าและคู่แข่งของเราคือใครทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างเช่น การลองไปพูดคุยกับผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของตลาดเป้าหมาย และอาจถามลูกค้าปกติใช้แบรนด์อะไรเป็นประจำ เพื่อทำการเก็บข้อมูลทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ทำความเข้าใจว่าลูกค้ามีพฤติกรรมการซื้อสินค้าอย่างไร หรือดูช่องทางติดตามของกลุ่มเป้าหมายผ่านทางโซเชียลมีเดีย ฯลฯ

สิ่งสำคัญก่อนที่แบรนด์จะก้าวไปข้างหน้า คือต้องมีเป้าหมาย และวางตำแหน่งนอกเหนือจากคู่แข่ง ทำความเข้าใจลูกค้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะได้พัฒนาสินค้าของตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ

2. เลือกแสดงจุดขายและเป็นเอกลักษณ์ 

ยุคสมัยนี้ทำอะไรก็ต้องโฟกัส ทำอะไรก็ต้องให้สุด ในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ แบรนด์อาจไม่ได้เป็นที่ถูกใจสำหรับทุกคนได้ สิ่งสำคัญคือการเลือกจุดที่ธุรกิจจะโฟกัสเพื่อนำมาเป็นจุดขาย ลองคิดว่าแบรนด์ของคุณเป็นคน ๆ นึง แล้วคน ๆ นั้นจะต้องมีบุคลิกแบบไหนที่ลูกค้าจะสนใจ  วิธีที่จะทำให้ลูกค้านึกถึงแบรนด์ของเราเมื่อต้องการจะซื้อสินค้าในหมวดนี้ และที่ขาดไปไม่ได้ก็คือเอกลักษณ์ของแบรนด์ นับเป็นคุณค่าอย่างหนึ่งที่ต้องการค้นหา เก็บข้อมูลต่าง ๆ และลงมือทำให้ได้ตามแผนที่วางไว้ เพื่อที่จะเป็นข้อความสำคัญส่งไปถึงลูกค้า หรือหากแบรนด์มีจุดขายอื่น ๆ เช่น ทำเพื่อสังคม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฯลฯ คุณสามารถนำสิ่งมาเป็นจุดสนใจให้กับลูกค้าได้

3. ตั้งชื่อธุรกิจให้โดดเด่น

การตั้งชื่อแบรนด์ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ ชื่อของแบรนด์อาจเป็นมากกว่าชื่อ แต่เป็นสิ่งที่บอก อัตลักษณ์ของแบรนด์ และเป็นสิ่งที่จำเป็นในการทำการตลาดแต่สำหรับผู้ประกอบขนาดเล็กหรือขนาดกลาง การตั้งชื่อแบรนด์หรือบริษัทเป็นหนึ่งในสิ่งที่ท้าทาย เพราะชื่อแบรนด์เกี่ยวข้องกับการออกแบบโลโก้แบรนด์และการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอีกทั้งหากธุรกิจมีเว็บไซต์ส่วนตัว ชื่อแบรนด์ก็มีผลต่อชื่อโดเมนและ URL ของเว็บไซต์ของคุณ ต้องมั่นใจว่าไม่ใช่ชื่อซ้ำและไม่ใกล้เคียงกับใคร เพราะจะเป็นการสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภค

หรือหากผู้ประกอบการยังคิดชื่อแบรนด์ไม่ออก สามารถอ่านเพิ่มได้ที่ (Fah-55)

4. ตั้งสโลแกนให้แบรนด์

สโลแกนที่ดีต้องติดหู เป็นคำสั้น ๆ และมีความหมายที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ เพื่อกระตุ้นการรับรู้ถึงแบรนด์ สโลแกนสามารถปรับเปลี่ยนได้ทุกเมื่อ เมื่อธุรกิจพบมุมมองใหม่ ๆ สำหรับการตลาด

5. เลือกภาพลักษณ์ของแบรนด์ (สีและแบบอักษร)

เมื่อได้ชื่อแล้วที่ดีและคุณพอใจแล้ว สิ่งต่อมาคือการออกแบบแบรนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลต่ออารมณ์ (Mood & Tone) ของผู้บริโภค นั่นก็คือการออกแบบตัวอักษร (ฟอนต์) และสี

  • การเลือกสี

การใช้สีไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่กำหนดรูปลักษณ์ของแบรนด์ แต่ยังสื่อถึงความรู้สึกที่คุณต้องการสื่อสาร คุณสามารถเลือกสีที่ทำให้คุณแตกต่างจากคู่แข่งโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนของผู้บริโภค หรือออาจจะเลือกโทนสีเดียวกัน เพราะอาศัยหลักการของจิตวิทยา อย่างสีแดง ที่จะสังเกตเห็นได้แทบทุกธุรกิจ ทุกผลิตภัณฑ์เพราะเป็นสีที่มีส่วนในการกระตุ้นผู้บริโภคได้อย่างดี อย่างเช่น  Netflix, Coca-Cola, สายการบิน Air Asia, ยาสีฟัน Colgate, สุกี้ตี๋น้อย, โอวัลติน ฯลฯ หรือสีเหลืองที่เป็นสีที่สะดุดตารองลงมาจากสีแดง อย่างเช่น สายการบิน Nok Air Mr.D.I.Y ฯ 

  • การเลือกแบบอักษร (ฟอนต์)

ฟอนต์มีมากมายหลากหลายรูปแบบ แต่ละแบบมีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป ไม่มีหลักการตายตัวว่าควรจะเลือกแบบไหนถึงดีที่สุด ฟอนต์ที่ดีควรส่งเสริมให้ภาพรวมของแบรนด์ดูดี โดดเด่นสวยงาม ซึ่งก็จะต้องดูอารมณ์ (Mood & Tone) ของแบรนด์และกลุ่มเป้าหมายของลูกค้า เช่น ฟอนต์ที่มีลักษณะเอียงจะสื่อถึงความรวดเร็ว ส่วนฟอนต์ที่มีการใช้เส้นสายโค้งตวัดไปมาจะสื่อถึงความนุ่มนวล เป็นต้น

6. ออกแบบโลโก้แบรนด์ของคุณ

โลโก้หรือมาสคอตของแบรนด์เป็นสิ่งที่ทำให้ง่ายต่อการตอบสนองและง่ายต่อการจดจำของลูกค้า เป็นสิ่งที่จะปรากฏในทุกที่ที่มีแบรนด์ กำหนดเป้าหมายไว้ว่าอยากให้ผู้บริโภคเห็นแล้วนึกถึงอะไร ซึ่งโลโก้เปรียบเสมือนหน้าตาของธุรกิจ เพื่อเป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของแบรนด์ และโลโก้ที่ดีควรปรับขนาดได้ทุกขนาด  ไม่ควรปรับแล้วภาพแตกหรือไม่คมชัด ซึ่งเป็นสิ่งที่มักถูกมองข้าม

7. ใช้ตราสินค้า (Branding) ในทุก ๆ รายละเอียด

การใช้ตราสินค้าในทุก ๆ รายละเอียด ไม่ว่าจะในผลิตภัณฑ์รวมถึงการสร้างคอนเทนต์ หรือแม้กระทั่งติด Hashtag ที่จะทำให้เกิดเรื่องราวของแบรนด์ เมื่อแบรนด์มีเรื่องราว ก็จะทำให้ลูกค้าเห็นว่าธุรกิจของคุณมีที่มาที่ไปมาจากอะไร และมีความหมายอย่างไร ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มากขึ้นไม่ว่าจะทางออนไลน์หรือทางออฟไลน์

จากการวิจัยของ Shopify เกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้ลูกค้าไว้วางใจในแบรนด์ พบว่าลูกค้าที่ซื้อสินค้าในร้านค้าออนไลน์ครั้งแรก มักจะศึกษาเรื่องราวและจุดประสงค์ของธุรกิจ อีกทั้งยังดูค่านิยมเกี่ยวกับแบรนด์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมว่ากำลังซื้อจากใคร ปัจจุบันผู้บริโภคมีความใส่ใจในสังคมมาก หากธุรกิจของคุณมีเรื่องราว อย่าลืมที่จะบอกเล่าหรือแบ่งปันสิ่งดี ๆ เพราะสิ่งนี้จะช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจในแบรนด์ของคุณ

และอย่าลืมที่จะพัฒนาแบรนด์ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง การสร้างแบรนด์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างโลโก้หรือสโลแกน คุณสามารถสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้เอง แต่คุณไม่สามารถควบคุมการรับรู้ของลูกค้าแต่ละคนได้ เพราะแต่ละคนมีประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน หากทำให้ลูกค้าเกิดความภักดีต่อแบรนด์ได้  เกิดความเชื่อมั่นกับแบรนด์นั้น ๆ จนเกิดการเลือกซื้อของจากแบรนด์นั้นซ้ำต่อไปเรื่อย ๆ เป็นสิ่งที่แบรนด์ต้องรักษามาตรฐานไว้ให้ดี เพราะจะทำให้ธุรกิจเป็นไปได้อย่างราบรื่น รักษาฐานลูกค้าเดิมพร้อมกับสร้างลูกค้ารายใหม่ควบคู่ไปด้วยกัน

ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/