6 แนวทางรับมือเมื่อมีคนมาขอยืมเงิน

6 แนวทางรับมือเมื่อมีคนมาขอยืมเงิน

ในช่วงสถานการณ์แบบนี้เรื่องเงินก็คงไม่เข้าใครออกใคร ในแง่ธุรกิจก็คงมีติดขัดกันบ้าง ยิ่งเป็นเจ้าของกิจการต้องมีค่าใช้จ่ายและภาระหลายอย่างที่ต้องคำนึงถึง แต่ก็อาจมีคนมาขอความช่วยเหลือเรื่องเงินกับเราได้ เพราะว่าเขาเห็นเราเป็นเจ้าของกิจการน่าจะช่วยเหลือเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ได้ อาจมีคนมาขอยืมเป็นเงินหลักแสนหรือหลักล้านก็เป็นไปได้ ซึ่งก็ไม่ใช่ตัวเลขที่น้อย ๆ เลย และเชื่อว่าหลายคนคงจะเคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าลำบากใจแบบนี้ แล้วควรจัดการปัญหาอย่างไร ในเมื่อเราก็เดือดร้อนเช่นเดียวกัน ยิ่งถ้าหากคนนั้นเป็นเพื่อนหรือคนที่สนิทด้วย  แต่เราก็ไม่อยากเสียเครดิตกับเขา จะต้องทำอย่างไรให้ยังสามารถรักษามิตรภาพดี ๆ ระหว่างกันได้อยู่ ในครั้งนี้ Credit OK ขอมาแนะนำ 6 แนวทางรับมือเมื่อมีคนมาขอยืมเงิน สำหรับคนที่รู้สึกเกรงใจเวลาต้องทวงเงินหรือลำบากใจที่จะให้ มีวิธีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

ให้ไปในจำนวนที่รู้สึกว่าให้ไปเลยได้

การให้ยืมส่วนหนึ่งคือต้องทำใจว่าอาจต้องสละเงินให้เลย เพราะฉะนั้นควรให้เป็นจำนวนเงินที่เมื่อให้ไปแล้ว ถ้าเขาไม่คืนเราก็รู้สึกไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ อาจไม่ต้องให้ถึงเต็มจำนวนที่เขาขอยืมมา เตรียมใจไว้ก่อนเลยว่าอาจได้เงินคืนช้าหรือไม่ได้เงินคืน  เพราะถ้าให้เงินไปในจำนวนที่เราเองก็ลำบาก จะเป็นตัวเราเองที่เกิดความรู้สึกกระวนกระวายใจ เพราะเมื่อเราคาดหวังให้เขาคืนเงินตามเวลาที่กำหนด แล้วเขาไม่คืนเราเองก็จะเป็นฝ่ายทุกข์ใจจนอาจทำให้รู้สึกโกรธหรือเกลียดเขา แต่ก็ให้ระวังคำว่า “ให้ไปเลย” ซึ่งอาจเป็นคำพูดที่ทำให้เขารู้สึกว่าเรากำลังดูถูกเขาได้

ให้เขาทำอะไรบางอย่างเพื่อแลกกับเงิน

ในช่วงที่เราก็กำลังประสบปัญหาด้วย มีอะไรที่ต้องทำแต่ยังจัดการไม่เสร็จเรียบร้อยหรือมีเรื่องต้องให้คิด อาจจะให้เขาช่วยทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เผื่อเขามีทางออกหรือแนวทางให้กับเราได้ เพื่อทำให้เขารู้ว่าเงินที่เขาได้ไปนั้นก็ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเขาด้วย ไม่ใช่ได้จากการที่เราให้เขาไปฟรี ๆ 

กฎไม่ให้ใครยืมเงิน

ปฏิเสธไปตรง ๆ ว่าเป็นกฎของตัวเองที่จะไม่ให้ใครยืมเงิน ชัดเจนไปเลยว่าไม่ให้ใครยืมเงินตั้งแต่ต้น ซึ่งควรทำจะแบบนี้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จัก เพื่อนหรือญาติพี่น้อง ทำให้ชัดเจนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดการเปรียบเทียบว่าทำไมคนนั้นยังเคยให้ยืมเลย 

นำเสนอความช่วยเหลือในรูปแบบอื่น ๆ 

เราสามารถช่วยเหลือในรูปแบบอื่นได้ เช่น ถ้าเขาไม่มีเงินเพราะไม่มีงานทำ ก็อาจจะช่วยหางานให้แก่เขา หรือหาวิธีกู้เงินวิธีอื่นให้พวกเขาแทน เช่น กู้เงินหรือขอสินเชื่อต่าง ๆ จากสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ แต่ควรที่จะเป็นสินเชื่อในระบบที่ถูกกฎหมาย แต่ส่วนใหญ่แล้วคนที่มาขอยืม มักจะอยากได้เงินมากกว่า เขาอาจจะไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือในรูปแบบอื่น ควรดูท่าทีของเขาก่อนให้คำแนะนำด้วย

อธิบายเหตุผลส่วนตัวของเราไปตามตรง

ถือเป็นการปฏิเสธไปตามตรงด้วยเหตุผลที่แท้จริงว่าไม่สามารถให้ได้จริง ๆ อย่างเช่น ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายอีกหลายอย่าง ค่าเช่าร้าน เงินเดือนพนักงาน ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ฯลฯ ที่เดือดร้อนเหมือนกัน อธิบายสิ่งที่ทำให้เค้ารู้สึกว่า จริง ๆ เราก็อยากช่วยเหมือนกันนะ  แต่ว่าตัวเราเองก็เดือดร้อนเรื่องเงินหรือมีไม่มากพอที่จะให้เหมือนกัน

อธิบายถึงเป้าหมายการเก็บเงินของเรา

อธิบายว่าเรามีเป้าหมายในการใช้เงินที่ชัดเจน อย่างเช่น “มีแพลนที่จะขยายสาขาหรือกิจการ” ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก หรือ “ต้องเก็บเงินสร้างบ้านให้พ่อแม่” เพราะพ่อแม่ก็อายุเยอะแล้ว พูดชักจูงไปถึงเป้าหมายที่ใหญ่ของเราจริง ๆ เพราะในฐานะคนที่เก็บเงินมาอย่างยาวนาน ถ้าจะเอาเงินที่เก็บเพื่อเป้าหมายไปให้คนอื่นยืมเงิน ก็อาจจะสูญเปล่า เชื่อว่าคนที่มาขอหยิบยืมเงินของเราคงจะเข้าใจเราได้จริง ๆ 

ซึ่ง 6 วิธีข้างต้นเป็นแนวทางในการรับมือคนที่มาขอยืมเงินและรับมือกับความรู้สึกของตัวเอง เพราะการให้ใครยืมเงินก็คงขึ้นอยู่กับการชั่งใจและการพูดของตัวเราเองด้วย ต้องพิจารณาว่าเขาเดือดร้อนจริง ๆ ไหม และเงินจำนวนที่ให้ยืมไปนั้นต้องไม่ทำให้เราเองเดือดร้อนด้วย ที่สำคัญคือถ้าไม่อยากให้ยืมก็สามารถปฏิเสธได้ ไม่ต้องรู้สึกผิดเพราะทุกคนต่างมีภาระของตัวเองกันทั้งนั้น

แต่หากคุณมีเรื่องจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ หรือมีใครมาขอยืมเงินเพื่อนำไปเพิ่มสภาพคล่องให้แก่กิจการ ก็สามารถมาลองใช้บริการของทาง Credit OK ได้ ผ่าน www.creditok.co หรือ www.smehappy.com แอพพลิเคชันที่จะช่วยทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น ไม่ต้องลำบากใจไปยืมเงินใครหรือถ้าใครมาขอหยิบยืมก็สามารถแนะนำต่อไปได้ว่า Credit OK อาจจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องเงินของคนรู้จักของคุณได้ ช่วยปลดล็อคกับปัญหาในเรื่องของเงินได้

ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/