6 สิ่งที่ธุรกิจมักมองข้าม ในการทำ E-commerce

6 สิ่งที่ธุรกิจมักมองข้าม ในการทำ E-commerce

สิ่งที่ธุรกิจมักมองข้าม

ในการทำ E-commerce

ในช่วงหลัง ๆ มานี้ e-commerce คงเป็นชื่อที่ใครหลาย ๆ คนมักจะได้ยินหรือคุ้นหูกันบ้างแล้ว เพราะถือเป็นสิ่งสำคัญเมื่อทำธุรกิจอย่างมาก เพราะจะพึ่งพาแค่ช่องทางเดียวในยุคนี้ก็คงไม่ได้แล้ว โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ผู้บริโภคเริ่มหันไปพึ่งพาช่องทางออนไลน์มากขึ้น การซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ก็มากขึ้นตามไปด้วย ทำให้ธุรกิจและร้านค้าหลายร้านก็เริ่มปรับตัวกันมากขึ้น แต่ใช่ว่าจะขายดีทุกร้าน ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันกลับมาโฟกัสสิ่งที่อาจมองข้ามไป แล้วสิ่งเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ไปดูกันดูกันเลย

6 สิ่งที่ธุรกิจมักมองข้าม ในการทำ E-commerce

1. กลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมายต้องชัดเจน เพื่อที่จะได้ทราบถึงแนวทางว่า ธุรกิจควรจะมุ่งและโฟกัสลูกค้ากลุ่มใดมากที่สุด ทำให้มีจุดประสงค์ของการผลิตสินค้าว่าผลิตไปเพื่อใคร จากนั้นต้องทำความเข้าใจลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอน เพื่อโน้มน้าวพฤติกรรมของลูกค้าให้ถูกช่วงเวลาและถูกวิธี หรือที่เรียกว่า Consumer Journey เริ่มตั้งแต่การสร้างการรับรู้ให้ลูกค้า ขั้นตอนต่อไปคือการทำการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายรวมไปถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่อาจเป็นลูกค้าของเราได้ในอนาคต เมื่อธุรกิจทราบกลุ่มเป้าหมายแล้ว ทำให้รู้ว่าต้องทำการตลาดไปเพื่อใคร ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจมีแนวทางและกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น

2. การสื่อสารและการนำเสนอสินค้า

เมื่อลูกค้ามีการค้นหาสินค้าเกิดขึ้นในช่องทางออนไลน์ การสื่อสารให้ชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ต้องมีการให้ข้อมูล ภาพประกอบที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาชม ซึ่งลูกค้ามักมีการเปรียบเทียบราคาก่อนเสมอ ถึงมีการจ่ายเงิน เมื่อลูกค้าถึงหน้าชำระเงิน แล้วมีการกดออกไป ก็อาจจะมีข้อเสนอต่าง ๆ เช่น ส่วนลดพิเศษ ให้ลูกค้าเพื่อกระตุ้นแรงจูงใจในการซื้อ ส่วนลูกค้าที่ซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้ว ก็อาจจะมีการแนะนำเพื่อขายสินค้าหรือบริการต่อให้แก่ลูกค้า โดยอาจส่งทางช่องทางสื่อสารให้แก่ลูกค้าได้ทราบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการการซื้อมากขึ้น ให้ลูกค้าไม่หายไปไหน

3. Big Data

Big Data คือฐานข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลตัวเลขจำนวนเกี่ยวกับประวัติลูกค้า ที่อยู่ จำนวนการสั่งซื้อ ข้อมูลการวิเคราะห์วิจัย รวมถึง ข้อมูลบริษัท สินค้า ยอดขาย กิจกรรมการตลาด ฯลฯ ที่โดยประโยชน์ของการทำ Big Data คือช่วยให้ธุรกิจทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้มากขึ้น เช่น เจาะกลุ่ม Active User ความถี่ในการซื้อสินค้า ช่วงเวลา และการใช้จ่ายต่อครั้ง ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจหรือวางแผนเพื่อที่จะทำ Digital Marketing ทางช่องทาง e-commerce สามารถออกแบบโปรโมชันที่ตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ข้อมูล Big Data จะช่วยให้ธุรกิจสามารถตัดสินใจได้ และสร้างโอกาสให้ธุรกิจออกสินค้าหรือบริการใหม่

4. เทคโนโลยี

COVID-19 กลายเป็นสิ่งที่เร่งให้การซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตแบบก้าวกระโดด ทำให้ให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวและนำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมลูกค้าและโลกดิจิทัล ซึ่งการนำเทคโนโลยีมาใช้ มีแนวโน้มที่จะแพร่หลายมากขึ้น แต่ก็มีข้อควรระวังเป็นพิเศษว่ากำลังสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มไหน และกลุ่มนั้นมีความเข้าใจเทคโนโลยีมากน้อยขนาดไหน ถ้าใช้คำที่ยากเกินไป ทำให้ลูกค้าเข้าไม่ถึง ก็อาจไม่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจและทำให้ธุรกิจเสียเงินเปล่า นอกจากนี้ผู้ประกอบการก็อาจจะนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ในแง่สุขภาพและสร้างความปลอดภัยให้กับลูกค้าและพนักงาน เช่น Central Food Hall นำหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อมาใช้หรือมีการนำหุ่นยนต์ส่งอาหาร (Delivery Robot) มาใช้ในธุรกิจของตัวเองมากขึ้น เพื่อลดจำนวนจำนวนคนภายในร้าน แต่ก็นำมาซึ่งต้นทุนที่มากขึ้นซึ่งผู้ประกอบการควรพิจารณาว่าคุ้มค่ากับธุรกิจรึเปล่า แต่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีและใหม่ให้แก่ผู้บริโภคและสร้างความก้าวหน้าให้กับธุรกิจ

5. ประสิทธิภาพของเว็บไซต์

เว็บไซต์ถือว่ามีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างหนึ่ง หรือธุรกิจสามารถนำสินค้าไปลงในช่องทาง e-commerce ตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้ แต่ประโยชน์ในการซื้อขายผ่านเว็บไซต์หลักของธุรกิจโดยตรง คือหากมีการนำเสนอเว็บไซต์ในรูปแบบสวยงาม ก็จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีความทันสมัยและความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ประสิทธิภาพของเว็บไซต์ธุรกิจ ก็จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีต่อลูกค้าที่มาใช้ การพัฒนาเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน มีอยู่ 2 ประเด็นหลัก นั่นก็คือ

  • ความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ เป็นสิ่งแรกที่ลูกค้าที่จะทำให้ลูกค้าไปต่อหรือกดปิดเว็บไซต์เลยก็ว่าได้ พบว่าถ้าโหลดช้ามากกว่า 4 วินาที มีโอกาสทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจปิดเว็บไซต์ไม่ดูสินค้าของเราต่อได้เลย ธุรกิจจึงควรดูระยะเวลาในการโหลดเว็บไซต์ว่าเป็นระดับที่มากน้อยแค่ไหนเพราะเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
  • ส่วนของ UX/UI หรือประสบการณ์ของผู้ใช้งาน/ส่วนติดต่อระหว่างผู้ใช้กับเว็บไซต์ ควรออกแบบให้ลูกค้าใช้งานง่าย ไม่งงว่าต้องกดหรือว่าต้องเข้าไปดูตรงไหน เพื่อเป็นภาพลักษณ์หรือภาพจำของแบรนด์ ทำให้ลูกค้าประทับใจจนกลับมาชมหน้าเว็บเราต่อ

6. การทดสอบ

การทดสอบประสิทธิภาพและการใช้งานของระบบอย่างเป็นประจำเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก ทำให้ได้เห็นผลตอบรับของผู้ใช้งานกลับมา เพราะการที่เราทดสอบอะไรบางอย่างอาจส่งผลดีกับคนกลุ่มหนึ่ง แต่อาจไม่ได้ผลดีกับลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง หรืออาจได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีแค่ช่วงแรก ๆ แต่ในอีก 3 เดือนข้างหน้าอาจจะไม่ได้ดีได้เท่าที่ควร เพราฉะนั้นจึงต้องมีการทดสอบและประเมินผลการใช้งานอยู่เสมอ อาจจะทุก ๆ เดือน หรือทุก ๆ ไตรมาส เพราะการทดลองหรือทดสอบสิ่งใหม่ มักจะทำให้ธุรกิจได้เจอช่องโหว่หรือจุดบกพร่องของธุรกิจ เพื่อที่จะได้ปรับตัวอย่างต่อเนื่องให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุค e-commerce

e-commerce นั้นกลายมาเป็นส่วนที่สำคัญในการทำธุรกิจในปัจจุบันอย่างมากในยุคออนไลน์ ธุรกิจที่นำมาปรับใช้จะพบว่ามีประโยชน์มากมาย ที่สำคัญคือใคร ๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองได้ ทำให้มีคู่แข่งในตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วธุรกิจที่ยังไม่ปรับเปลี่ยนหรือตามกระแสที่เปลี่ยนไปไม่ทัน อาจทำให้ธุรกิจได้รับผลกระทบได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทั้ง 6 ข้อที่เรายกตัวอย่างมา ธุรกิจอาจจะมองข้ามไป เมื่อธุรกิจได้ลองปรับและนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ ก็เป็นส่วนสำคัญช่วยให้ธุรกิจสำเร็จได้ 

สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/