3 ธุรกิจที่เคยรุ่งโรจน์แต่กลับต้องดับลงเพราะ?

การทำให้ธุรกิจเติบโตจนสามารถก้าวไปอยู่บนจุดสูงสุดนั้นอาจเป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็ยังมีโอกาสหากวางแผนธุรกิจอย่างดี ในทางกลับกันการจะรักษาธุรกิจให้ยังอยู่บนจุดสูงสุดนั้นกลับเป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่งกว่า จะเห็นได้จากตัวอย่างธุรกิจชื่อดังที่โด่งดังอย่างมากในอดีต แต่เมื่อเวลาผ่านไปธุรกิจชื่อดังเหล่านั้นกลับเป็นเพียง อดีต ในวงการธุรกิจเท่านั้น สาเหตุที่ธุรกิจเหล่านั้นไม่อาจรักษาจุดสูงสุดของตัวเองไว้ได้นั้นเกิดจากหลายสาเหตุที่นักธุรกิจหลายคนอาจมองข้าม ดังนั้นวันนี้เราจะมายกตัวอย่างให้ดูเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการทั้งหลายตระหนักในสิ่งที่ตนอาจมองข้าม

โรตีบอย

หากมองย้อนกลับไปประมาณ 15 ปี คนส่วนใหญ่อาจจะคุ้นหูกับแบรนด์เบเกอรี่ชื่อดังสัญชาติมาเลเซียอย่าง “โรตีบอย” ที่ผู้คนมักจะคุ้นตากับภาพผู้คนที่ยืนต่อแถวซื้อจนยาวเหยียดหลังจากที่ร้านมาเปิดตัวในไทยได้ไม่นาน ปรากฏการณ์นี้จึงทำให้แบรนด์เป็นกระแสโด่งดังจนผู้คนพากันไปอุดหนุนจนร้านเป็นที่รู้จักเป็นวงกว้าง แต่ความนิยมนี้กลับไม่คงทนอย่างที่หลายคนคิดเพราะภายในไม่กี่ปีร้านกลับต้องปิดตัวลงจากยอดขายที่ลดลงจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ สาเหตุที่ยอดขายต่ำลงนั้นนักวิเคราะห์การตลาดบางคนบอกว่าอาจเกิดจากกระแสที่เงียบลงเนื่องจากผู้บริโภคอาจสนใจแค่ตอนที่ร้านมาเปิดใหม่ๆ พอได้ชิมรสชาติครั้งหรือ 2 ครั้งก็อาจจะเบื่อ อีกเหตุผลคือการที่แบรนด์ไม่สามารถรักษาเอกลักษณ์ของรสชาติไว้ได้จนทำให้มีแบรนด์อื่นอย่างเช่น มิสเตอร์บัน สามารถทำขนมปังให้มีรสชาติที่ใกล้เคียงและถูกกว่ามาแย่งลูกค้าไป ดังนั้นการรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ไม่ให้คนอื่นลอกเลียนแบบได้ง่ายๆจึงสำคัญ อีกทั้งการทำให้ลูกค้าเกิดติดใจและซื่อสัตย์ต่อแบรนด์ก็เป็นอีกสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงมากเช่นกัน เพราะหากลูกค้าเจอร้านอื่นที่ไม่ต่างกันมากและมีราคาที่ถูกกว่าก็อาจเปลี่ยนใจไปอุดหนุนร้านอื่นได้

วุฒิ – ศักดิ์ คลินิก

วุฒิศักดิ์คลินิกเป็นคลินิกความงามเจ้าแรกๆที่ก่อตั้งในไทยมาอย่างยาวนานจนทำให้คลินิกสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดจนเป็นคลินิกความงามที่ผู้คนล้วนคุ้นหูและพากันไปใช้บริการกันอย่างมาก จนกระทั่งปีพ.ศ. 2563 คลิกนิกกลับประกาศล้มละลายจากการที่รายได้ลดลงจนเป็นหนี้มหาศาลกว่า 2,000 ล้านบาท โดยสาเหตุที่รายได้ลดลงนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับรูปแบบธุรกิจจากเดิมที่เป็นการบริหารสาขาเองมาเป็นรูปแบบของแฟรนไชส์ ซึ่งทำให้บริษัทรับรู้รายได้แค่ค่า Royalty fee เท่านั้น อีกส่วนหนึ่งคือการแข่งขันกันของตลาดคลินิกความงามในปัจจุบันที่มีอยู่ทั่วทุกที่ ทำให้วุฒิศักดิ์คลินิกหลายๆสาขาไม่สามารถอยู่ได้จนต้องทยอยปิดตัวลงจนเหลืออยู่เพียง 49 สาขาจาก 120 สาขา จากตัวอย่างนี้ผู้ประกอบการจึงควรวางแผนการบริหารให้รอบคอบรวมถึงต้องพัฒนาธุรกิจอยู่ตลอดเวลาเพราะจะเห็นว่าการดำเนินการบริหารธุรกิจที่ผิดพลาดสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อธุรกิจอย่างมาก อีกทั้งการที่ไม่สามารถพัฒนาธุรกิจให้สามารถสู้กับคู่แข่งได้ก็เป็นตัวแปรใหญ่ที่ขัดขวางไม่ให้ธุรกิจเติบโตได้เช่นกัน

ปากกาแลนเซอร์

หากพูดถึงปากกายี่ห้อที่คนไทยทุกคนต้องคุ้นเคยล่ะก็คงไม่พ้นปากกาสัญชาติไทยยี่ห้อแลนเซอร์ที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 50 ปี ด้วยราคาที่เป็นมิตรและคุณภาพที่เหมาะสมกับราคาจึงทำให้ปากกาแลนเซอร์เป็นที่นิยมอย่างมากจนเป็นปากกาที่แต่ละบ้านต้องมีติดไว้อย่างน้อย 1 ด้าม แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนมาถึงช่วงที่โควิด-19ระบาดอย่างหนักจนทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำลงหลายๆธุรกิจจึงไม่สามารถประคองตัวเองไว้ได้จนต้องปิดกิจการกันไปหลายราย รวมถึงบริษัทปากกาแลนเซอร์ด้วยเช่นกัน โดยในช่วงหลายปีมานี้บริษัทได้รับผลกระทบจากลูกค้าส่วนใหญ่ที่เป็นนักเรียน นักศึกษา หรือคนวัยทำงานที่ 1) หันไปใช้ไอแพดหรือโน๊ตบุ๊คจดบันทึกแทนปากกาและ 2) ถูกลดความนิยมจากบริษัทปากกาลูกลื่นยี่ห้ออื่นที่มีความแปลกใหม่ ทันสมัย รวมไปถึงปากกาที่นำเข้าจากต่างประเทศที่อาจตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากกว่าในเรื่องของคุณภาพ และราคาที่สูงขึ้นไม่มากจนเกินไป อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19 จนยอดขายตกต่ำลงจากเดิมที่ยอดขายลดลงมากอยู่แล้ว ดังนั้นบริษัทจึงต้องแจ้งปิดกิจการชั่วคราวเพราะไม่สามารถฟื้นฟูยอดขายในช่วงวิกฤตโควิด-19ได้

จะเห็นได้ว่าการทำธุรกิจควรให้ความสำคัญกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ การวางแผนบริหารงาน การเข้าใจไลฟ์สไตล์ สภาพตลาด และความต้องการของผู้บริโภคเพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งอื่นๆและสามารถอยู่รอดในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันอย่างเช่น โควิด-19 ได้ รวมถึงการตั้งรับกับความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดอย่างการทำประกันภัยก็สำคัญกับการทำธุรกิจอย่างมากเพราะการทำประกันภัยสามารถช่วยถ่ายโอนความเสี่ยงและผ่อนปรนความเสียหายให้ธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้ 

ที่มารูปภาพ: 

https://www.smethailandclub.com/entrepreneur-6852-id.html

https://thebeautrium.com/shop/WUTTISAK%20COSMETIC

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/878127