คุณกล้าบูลลี่สินค้าของตัวเองหรือไม่? (Bully Marketing)

การบูลลี่ (Bully) คือ การกลั่นแกล้งไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือคำพูด ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเสียหาย อับอายและเป็นทุกข์ หรือผ่านช่องทางโซเชียลที่เรียกว่า Cyberbullying ซึ่งการบูลลี่ไม่ได้มีอยู่แค่ในโลกออนไลน์แต่เกิดขึ้นได้ทุกที่ รวมถึงเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งในการทำการตลาด ลืมการทำตลาดแบบเดิม ๆ ไป เพราะในครั้งนี้ Credit OK ขอแนะนำให้ผู้อ่านรู้จักกับ Bully Marketing  และได้ยกตัวอย่างมา 2 ธุรกิจด้วยกัน ซึ่งการตลาดด้วยวิธีการ Bully เกิดมาจากการกลั่นแกล้งกันไม่ว่าจะด้วยคำพูด ข้อความ หรือการรีวิวที่เป็นเชิงลบกับสินค้าเเละผลิตภัณฑ์ แต่กลับให้เกิดผลลัพธ์ในเชิงบวก ซึ่งต่างจากการทำการตลาดแบบอื่น ๆ ที่จะสื่อสารในแง่ข้อดีของสินค้าและบริการเป็นหลัก 

1. โหน่งชะชะช่า บะหมี่เกี๊ยว

ขอบคุณรูปภาพจาก www.sentangsedtee.com

ร้านบะหมี่ชื่อดังของนักแสดงตลก “โหน่ง ชูศักดิ์ เอี่ยมสุข” หรือ “โหน่ง ชะชะช่า” ปัจจุบันมีกว่า 16 สาขา โดย Bully Marketing ของทางร้านเกิดจากการถูกกลั่นแกล้งหรือถูกหยอกล้อ ในรายการตลกชิงร้อยชิงล้าน จากกลุ่มเพื่อน 3 ช่า ตั้งแต่เรื่องเส้นบะหมี่ ลูกชิ้นรวมถึงน้ำซุปสอดแทรกในรายการ อย่างเช่น 

  • บะหมี่ทั่วไปเส้นเหนียวนุ่ม แต่ที่ร้านเส้นเหนียวมาก
  • ร้านบะหมี่ กินเเล้วท้องเสียหรือน้ำซุปกะโหลกสุนัข”
  • บะหมี่โหน่งให้ฟรียังไม่กินเลย

จนบางครั้งคุณโหน่งก็มีการดักเล่นตัวเองก่อนเลย ทำให้ผู้ชมรายการได้รู้จักกับร้านบะหมี่ของคุณโหน่งมากขึ้นเรื่อย ๆ  ถึงแม้จะดูเป็นการหยอกล้อกันทั่วไป แต่ก็ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกร่วม อยากลองว่าเป็นอย่างที่ล้อกันในรายการจริงหรือเปล่า และมีเหล่ายูทูปเบอร์ได้ไปถ่ายคลิปรีวิว ตามหาน้ำซุปที่เลื่องลือและตามไปชิม ซึ่งผู้บริโภคเมื่อได้ลองก็มักจะทำการรีวิวผ่านทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีทั้งรีวิวที่พูดถึงรสชาติตามความคิดเห็นจริงและรีวิวแบบ Bully กลับเพื่อความสนุก ทำให้เกิดการแชร์ต่อแบบปากต่อปากมากขึ้นเรื่อย ๆ ใครที่ผ่านร้านก็รู้สึกอยากลอง

2. ร้านน้ำพริกแคบหมูยายน้อย

อาจเป็นการ์ตูน
ขอบคุณรูปภาพจาก FB Page : น้ำพริกแคบหมูยายน้อย

แบรนด์น้ำพริกโฮมเมดของคุณเบียร์ ศรัญญู หนึ่งในครีเอเตอร์เพจ Buffalo Gags ที่มีคนติดตามกว่า 1 ล้านคน และยายน้อยก็คือคุณแม่ของคุณเบียร์นั่นเอง ด้วยกลยุทธ์ที่ทางร้านมีการโฆษณาที่แตกต่าง คือ ไม่ต้องชมและให้ลูกค้าด่าได้เลย  โดยแบรนด์ทำตัวเป็นเหมือนกับเพื่อนซี้กับลูกค้า  ซื้อใจลูกค้าด้วยการสื่อสารมากขึ้น ซึ่งต่างจากน้ำพริกเจ้าอื่น ๆ ที่ต่างก็บอกว่าของตัวเองดี อร่อย ดังนั้น น้ำพริกแคบหมูยายน้อยก็เลยขอฉีกแนว ทำการตลาดที่แตกต่าง บอกว่าน้ำพริกของตัวเองมัน “กินไม่ได้” ทำให้น้ำพริกแคบหมูยายน้อยกลายเป็นที่รู้จักและสร้างความบันเทิงใน Social Media เช่น 

  • อร่อยเกินร้อย ให้น้อยสมชื่อ
  • กินแล้วตาย คายแล้วรอด
  • คนขายคือแอดมิน ส่วนคนกินคือแอดมิท
  • ดื่มน้ำทั้งมหาสมุทร ยังไม่หยุดติดคอ
  • กินแล้วไม่อ้วน เพราะส่วนใหญ่บ้วนทิ้ง
  • คำแรกติดใจ คำต่อไปติดคอ

ซึ่งจุดเด่นของทางร้านก็คือ ไซส์ของแคบหมูที่มีขนาดใหญ่ จนทำให้คนส่วนใหญ่นำมาแซวว่ากินแล้วฟันแตก ปัจจุบันมีผู้ติดตามในเพจ Facebook กว่า 2 แสนคน ซึ่งเมื่อลูกค้าซื้อไปกินต่างก็มีการรีวิวทั้งในเพจ Facebook และตามแพลตฟอร์มออนไลน์ และที่น่าสนใจของร้านอย่างหนึ่งก็คือ ทางร้านไม่เคยเสียเงินไปกับการยิง Ads หรือทำโฆษณาเลย เพราะทางเพจจะมีลงคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ เป็นการเล่นมุขบ้าง ขายของบ้าง อย่างน้อยวันละ 1 คอนเทนต์ เป็นสิ่งที่ทำให้ร้านไม่หายไปจากหน้าฟีตของของลูกค้า มีทั้งลูกค้าเก่าที่คอยมาเม้น ซึ่งก็ทำให้ได้ลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามาด้วยทำให้เกิดการแชร์ต่อ 

การตลาดแบบ Bully Marketing ซึ่งไม่ได้บูลลี่ใครนอกจากตัวเอง ทำให้ธุรกิจได้รับยอด Engagement หรือการมีส่วนร่วมกับโพสต์แบบออแกนิค

เพราะสามารถสร้างสีสันให้กับลูกค้าทำให้เกิดการแชร์ต่อและปากต่อปากกันได้ง่าย อีกทั้งยังทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว  ซึ่งลดค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดได้มากพอสมควร ลูกค้าส่วนใหญ่มักมีอยากรู้อยากลองมากกว่าความคาดหวังในสินค้า เมื่อลูกค้าไม่คาดหวังก็จะไม่ผิดหวัง ซึ่งถ้าสินค้าได้รับผลตอบรับที่ดีเกินความคาดหวังของลูกค้า ลูกค้าใหม่ ๆ ที่เข้ามา ก็อาจกลายเป็นลูกค้าประจำในอนาคตได้

แต่การใช้กลยุทธ์นี้อาจไม่เหมาะสมกับธุรกิจที่เน้นการบริการ เช่น กิจการโรงแรม สถานที่บริการที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลในทางที่ลบในกับสินค้าเเละบริการได้ เพราะในการสื่อสารการตลาดอาจจะมีลูกค้าที่แยกไม่ออกว่าอันไหนเป็นการรีวิวเชิงลบติดตลกหรือเป็นรีวิวตามความจริง สุดท้ายก็การตลาดแบบบูลลี่ก็ขึ้นอยู่ที่การพิจารณาและวิจารณญาณในการรับสื่อของลูกค้า หากผู้อ่านเป็นเจ้าของธุรกิจคุณกล้าที่บูลลี่สินค้าของตัวเองหรือไม่คะ ?

ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ SME เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.creditok.co/